Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


19.8.55

เฟื่องฟ้าสีชมพู ประตูสีขาว / Which side of the door


เสียงกระดิ่งบนเสาข้างประตูรั้วสีฟ้าดังขึ้น
ที่จริงมันไม่ใช่กระดิ่งหรอก แต่เป็นกระดึงผูกคอวัวของชนเผ่านูบาในอัฟริกา
ของตกทอดของบ้านถูกเก็บไว้นานปีจนเธอนำมันมาใช้
เสียงของมันกังวาน ทุ้มลุ่มลึกแตกต่างจากกริ่งไฟฟ้าเพราะน้ำหนักของมัน


เสียงกระดิ่งวันนี้ดังเพียงสองครั้ง
เสียงเบา ๆ ก้องสะท้อนแทรกความเงียบสงบยามเช้า
เธอลืมตาตื่น เสียงคุ้นหูที่เจนใจ
เธอขับไล่ความงัวเงีย ลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวม เนื้อผ้านุ่มกร่อนบางเพราะเป็นตัวโปรด
ก้าวเท้ารวดเร็วลงบันได เธอเปิดประตูออกมาหยุดรอที่ระเบียง

เขา เดินสบาย ๆ อย่างคนคุ้นเคยกับสถานที่
ส่งรอยยิ้มในแววตามาถึงก่อน รอยยิ้มที่มาพร้อมเงาจาง ๆ ของความเศร้า
"ยังเช้ามาก ผมจะคอย" เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่ง
นอกจากระเบียงนี้ เขาไปทุกที่ในสวน แต่ไม่เคยเข้าไปในบ้าน


"คุณจำได้ คุณจำได้ คุณจำได้"
เธอกล่าวเสียงใสเมื่อกลับออกมา
"จำได้ ? "
"คุณจำได้ ฉันรู้ คุณมาเพราะคุณจำได้"
เขานิ่ง
"เดือนนี้ วันฝนปรอย คุณอยู่ที่นั่น ฉันอยู่ที่นี่"
"ผมอยู่ที่ไหน"
"คุณเดินทางมากจนคุณเองก็จำได้ไม่หมด"
"เรา จดจำช่วงเวลา ไม่ใช่วันเวลา"
"ความรู้สึกในช่วงเวลา เพิ่งนึกถึงเรื่องนี้เมื่อสองคืนก่อน ตอนที่ดูหิ่งห้อย"
"ทิงเกอร์ เบลล์ บอกคุณอย่างที่บอกปีเตอร์แพนหรือเปล่าครับ"
"คิดถึงสิ่งดี ๆ แล้วเธอจะบินได้" เธอยิ้ม "ทิงก์ไม่ได้บอกโดยตรงหรอกค่ะ
แต่คืนนั้น ความคิดก็พาบินไปไกล"
"คุณอยากให้ผมอยู่ที่ไหน ผมก็อยู่ที่นั่น"
"ตอนนี้ คุณก็อยู่ที่นี่แล้ว"


ตรงที่เขาสองคนนั่งอยู่ไม่เห็นประตูสีฟ้าหรอก
อันที่จริงด้านในของประตูเป็นสีขาวเหมือนตัวบ้าน
คนที่อยู่ข้างนอกเท่านั้นที่จะเห็นประตูสีฟ้า
ไม่ใช่คนที่อยู่ข้างใน


กิ่งเฟื่องฟ้ายื่นช่อดอกสีชมพูเหมือนหมู่เด็ก ๆ กระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ ดีอกดีใจอยากร่วมวงสนทนา
แต่พวกมันคงต้องรอ
สายลม แสงแดดอ่อน ต้นไม้ดอกใบและริ้วน้ำร่วมกันบรรเลงเพลงผิวแผ่ว


ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว กาแฟดำสำหรับเขา กาแฟใส่นมสำหรับเธอ
มื้อเช้าผ่านไปเงียบ ๆ
บทสนทนา บางครั้งเกิดขึ้นในความเงียบ


"ยังวาดรูปอยู่มั้ยครับ"
เธอพยักหน้า
"ยังอ่านหนังสือ ไปบ้านริมแม่น้ำ คุยกับคนโง่บนภูเขา"
เธอพยักหน้า
"ยังมองฟ้าอยู่"
"ค่ะ ฉันยังมองฟ้า แต่ไม่ได้มองตลอดเวลา เดี๋ยวหกล้ม" เธอหัวเราะ
"ยังเป็นคุณของผมอยู่หรือเปล่า"

เธอนิ่ง เขามอง

เสียงสะอื้น มันมาจากเธอหรือเขากันแน่
ไม่ใช่หรอก ทั้งสองไม่อยากร้องไห้ให้กันและกันเห็น
ต่างคน ไม่อยากทำให้อีกคนใจเสียเพราะตัวเองเสียใจ
ที่จริงไม่มีเสียงสะอื้นหรอก
ตะไคร่คงไปติดอยู่ในเครื่องทำน้ำผุดอีกแล้ว


เขายังรอฟัง 
เธอจะพูดสิ่งที่เธอคิดไหมนะ
เธอพูด
"โลกไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ มีแต่คนที่รักโลกเป็นพิเศษเท่านั้น ที่จะรู้สึกว่า เขาเป็นคนพิเศษของโลก"

เขานิ่งฟัง
"เราเป็นยังไง ก็มักคิดว่าคนอื่นเป็นยังงั้น"
"นานทีก็อยากได้ยิน"
"ไม่ใช่คุณนี่คะที่บอกฉันว่า คำพูดไม่สำคัญเท่าสิ่งที่ทำ"
"ไม่ใช่ผม ไม่มีอะไรสำคัญกว่าอะไร นอกจากผลของมัน"

สายลมโชยผ่าน เสียงเขาบอกเธอเบา ๆ ว่า
"ผมจะไม่ถามคุณอีก ไว้ให้คุณบอกเองดีกว่านะ"
เธอยิ้ม 

เขาลุกขึ้น เธอลุกตาม
ทั้งสองเดินไปด้วยกันในสวน
"บางทีเราจะพบพันธุ์ไม้ใหม่ ๆที่สายลมเอามาฝาก" เสียงเธอสดชื่น
"ผมจำได้นะ"
เธอหยุดเดิน เงยหน้ามองเขา
"ฉันรู้ คุณจำได้"


ประตูสีฟ้า หรือประตูสีขาว ไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นอยู่ที่ คนมองอยู่ที่ด้านไหนของประตู


Pink Bougainvillea and the blue door


*





4 ความคิดเห็น:

  1. บ่ายจัด แดดจ้า
    แก้วน้ำเขียว เค้กเนย
    และเรื่องสั้นเรื่องนี้

    คิดถึงคนเขียนค่ะ

    Minmintra

    ตอบกลับลบ

  2. จัสก็คิดถึงคนอ่านเหมือนกัน
    แหม ได้บรรยากาศอ่านหนังสือจัง

    ^^


    ตอบกลับลบ
  3. เป็นอาหารหลักของบ่ายนั้น

    เรื่องของจัสสดใสแต่ก็มีความหม่นเงียบ

    คงเพราะความห่างไกลกันของตัวละคร




    ตอบกลับลบ

  4. ^^

    ห่างไกล แต่ ไม่ไกลห่าง

    :)

    ตอบกลับลบ