Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทกวี / Poetry แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทกวี / Poetry แสดงบทความทั้งหมด

25.8.60

กุหลาบงาม แจกันใบใหม่ และถ้อยคำของธอมัส มัวร์





แจกันแตกกระจาย

มลายหอมกุหลาบหรือ

เก็บไว้ในอ้อมมือ

บรรจงใส่ในแจกัน

ใบใหม่ใสสะอ้าน

คืนผ่านและกาลผัน

ช่อใหม่ในแจกัน

จะรวยรินกลิ่นหอมหวาน



กุหลาบอังกฤษชารีฟา อัสมา

ห่วงโซ่ความคิดต่อจากคำกวี ธอมัส มัวร์
"คุณอาจเขวี้ยงแจกันจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
แต่กลิ่นหอมของกุหลาบจะยังอวลอยู่รอบแจกันใบนั้น"
ธอมัส มัวร์



กุหลาบ เฮอริเทจ

"You may break, you may shatter the vase, if you will.
But the scent of the roses will hang round it still."
Thomas Moore



กุหลาบอังกฤษ ทาโมร่า




กุหลาบฝรั่งเศส เบียงเวนู






*




25.6.60

ดอกไม้ ความมืด ลมฝน และตัวมันเอง



ไม่ใช่พายุฝนหรือคืนที่มืดมิดหรอกที่ทำให้สีและกลิ่นหอมของดอกไม้หายไป
แต่ด้วยวาระของตัวเอง



Home Photo
มะลิซ้อนยามดึก / Rose Jasmine, late night



มืดดำยามค่ำคืน
ฤๅกลบกลืนดอกไม้ขาว
ผันผ่านม่านเดือนดาว
รอยประทับรับอรุณ



มะลิซ้อนในสายลมแรง / Rose Jasmine in the storm


ลมแรงแห่งฤดู
ฝนเกรี้ยวกรูพายุหมุน
หอบกลิ่นหอมละมุน
หากดอกไม้หรือไร้หอม

 
ผกา วาระสิ้น
เลือนสีกลิ่นเมื่อยินยอม
หอมเอ๋ยมิเคยออม
จักละโรยโดยตนเอง 


 

มะลิซ้อน เช้าหลังฝน Rose Jasmine in the morning light


ฝนตกหนักตลอดคืน
แต่ยามเช้าก็สวยเกินกว่าจะกลับเข้าไปข้างใน..



ดอกไม้ไม่ยอมให้ความมืดและพายุฝนกลืนกินสีและกลิ่นหอมของมัน
ดอกไม้จะโรยราก็ด้วยวาระของตัวมันเอง

อุปสรรคใดๆไม่สามารถเปลี่ยน ทำร้ายหรือทำลายเราได้
นอกจากเรายินยอม

อย่ายอมให้ 'เรา' เป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวเราเอง


จัสมิน
25/6/2017




*





15.4.59

ร่มเงาที่เฝ้าห่มดิน / ฺBlanket Earth (Thai Poetry)

Blanket Earth by Jasmine

มองไม้ใหญ่ให้ร่มเงามาเก่าก่อน
แตกกิ่งอ่อนยอดใหม่ใบสะอ้าน
ไม่ช้าชูดอกช่อรอแย้มบาน
ปันหอมหวานสีกลิ่นผืนดินเดิม

มองทุ่งหญ้าดอกขาวราวนิรมิต
เกสรปลิดฟูฟ่องล่องลมเหิม
ครั้นลมนิ่งงันชะงักลงปักเติม
มาแรกเริ่มเสริมเขียวอวดเรียวใบ

อยากจะเป็นเช่นไม้ไม่ลืมต้น
เป็นต้นสนหยัดอยู่คู่ลมไสว
เป็นต้นไม้ออกช่อล้อลมใจ
บรรเลงเพลงดอกไม้ให้โลกฟัง

อาจจะเป็นใดๆไม้ยืนต้น
ณ แห่งหนหยั่งรากลงฝากฝัง
ห่มผืนดินร้อนหนาวราวกำบัง
เป็นกำลังเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน
 
เราไม่ลืมไม้ใหญ่ไม่ทิ้งถิ่น
ไม่ลืมดินลืมน้ำไม่ลืมฝัน
ไม่ลืมลมลืมแสงแห่งวานวัน 
ไม่ลืมหญ้าห่มกันมาก่อนกาล
 
จึ่งเรียงร้อยถ้อยบอกเพลงดอกไม้
เขียนเนื้อใจเนื้อร้องทำนองหวาน
เอื่อยเอื่อยเรื่อยรินไหลใสผิวธาร
ร่วมขับขานเพลงใจไปห่มดิน

*


6.4.59

เมล็ดพันธุ์ที่อยู่ข้างใน / The Seed Within (Poetry)

English Rose "Spirit of Freedom"

ไม่มีสิ่งใดหรอกที่เปล่าดาย
บนเส้นทางก้าวเดินสู่หมายหมุดสุดท้ายที่เราต่างก้าวไป
ย้ำเตือนคุณค่าและความหมายของชีวิต
ผ่านผู้คนที่เราไม่อยากจากไป และไม่อยากให้จากไป

มีสิ่งใดหรือที่เปล่าดาย
ใต้สายแสงแดดอ่อนยามเช้าขณะช่อราตรีคืนก่อนยังไม่ทิ้งหอม
ขณะกุหลาบวันใหม่กำลังงัวเงียขยับกลีบกระจายกลิ่น
 ขณะนกขับขานเพลงอรุณ
ขณะบทสนทนา เสียงหัวเราะ ร่ำไห้ที่ไม่ถูกเก็บกันไว้
สอดคล้องประสานประดุจธรรมชาติบรรจงบรรเลงเพลงเรา

เรากำลังเล่านิทานวันวานให้หิ่งห้อยน้อยตัวนั้น
ขณะฉันจดจ่อวาดภาพหรือเขียนตัวหนังสืออยู่ในสวน
ขณะคุณจรดปากกาเขียนบทกวี ฉันอบอุ่นอยู่ในความเคยคุ้น
ขณะเราต่างเล่านิทานเพื่อหิ่งห้อยผู้กระตือรือร้น
หนังสือหลายเล่มวางทับไว้บนบทกวีหลายบทที่เรียงซ้อนกันอยู่
 เช่นเดียวกับภาพวาดบนกำแพง

วันนี้ สายลมไกลไหวมาพริ้วดอกใบ
มาย้ำคำฉันเองเคยว่าไว้ อย่ามองความมืดด้วยดวงตา

ไม่มีสิ่งใดหรอกที่เปล่าดาย
บทกวีในตระกร้าหวายได้ย้ายไปอยู่บนหน้ากระดาษในหนังสือ
กระดาษเปล่ายังรออยู่
คู่ปีกข้างในกระพือพึ่บพั่บพร้อมโผบิน
 
ต้นไม้งอกออกมาจากเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ข้างใน



กุหลาบสปิริต ออฟ ฟรีดอม ของวันนี้




*




18.2.59

ราตรี กลิ่นหอมที่คืนค่ำไม่อาจกลืนกิน / ์Night Jasmine, Perfume of the night (Thai poem)

ดอกราตรี / Night Jasmine

คืนนี้หอมหอมราตรีที่สุดหอม
ลมนิ่งออมถนอมกลิ่น ณ ถิ่นสถาน
ครั้นลมโชยโปรยหอมไปทั่วลาน
ราตรีบานอวลหอมมาล้อมใจ


หอมราตรีนี้แรงจนแจ้งจิต
ชวนคนคิดหอมนักหนามาจากไหน
ต้นราตรีฉันปลูกไว้ไกลไกล
 หอมดอกไม้ที่ค่ำคืนไม่กลืนกิน

ผ่านหน้าต่างประตูที่ปิดสนิท
คุ้นดั่งมิตรเข้ามาคอยละห้อยถวิล
บานพรูพรั่งหลังเธอท้อพ้อฟ้าดิน
มาให้กลิ่นราตรีที่เยื้องกราย


ช่อดอกน้อยประปรายกระจายหอม
สะพรั่งพร้อมหอมไม่สิ้นกลิ่นไม่หาย
พาหอมลอยคล้อยมาเยือนเพื่อนพระพาย
หอมกลิ่นอายคืนค่ำไม่ลำพัง





*



17.1.59

ฤดูที่แปลกเปลี่ยน / A Vary Change of Season

กุหลาบคูลวอเตอร์ "สายน้ำเย็น" / Rose Cool Water


9 มกรา 2559

วันฟ้าหม่นลมโชยโรยฝนหนาว
แม้ถึงคราวมกราเดือนฟ้าใส
เมฆสีควันกั้นฟ้าพาหม่นใจ
เห็นรำไรแสงทองของตะวัน

ไม่ต้องการตัดพ้อต่อว่าฝน
แต่หนาววนฝนวกทำผกผัน
ถามลมเหนือไปไหนไม่หากัน
ใดเหหันลมใต้ให้พัดพา

เดือนธันวามกรามาถึงแล้ว
แสงวับแววจับใบไม้อยู่ไหนหนา
ฟ้าสีฟ้าหน้าแล้งแสร้งหลบตา
หรือลมหนาวว่าล้าข้าอ่อนแรง

จดไว้ตามประสาผู้สังเกตการณ์
แต่ไม่นานดวงอาทิตย์ก็ฉายแสง
ตะวันจ้ากระจ่างช่างร้อนแรง
ก็แจ่มแจ้งจริงแท้ปรวนแปรกาล

ว่าฝนตกลงมาไม่ช้าหยุด
ไม่อาจฉุดเอาไว้ไม่ให้ผ่าน
ไม่อาจไล่เมฆหม่นจนซมซาน
รู้ไม่นานรำไรจะไหวตัว

มองแดดบ่ายไว้วางอย่างรักใคร่
เหมือนดั่งใครเดินเข้ามาหลังฟ้าหลัว
มาตอบวันหม่นหมองไม่ต้องกลัว
ทั้งเมฆฝนมืดมัวก็เพื่อนเรา


กุหลาบ "คูลวอเตอร์" / Rose "Cool Water"


กุหลาบ "คูลวอเตอร์" / Rose "Cool Water"


กุหลาบ "สวีทเนส" / Rose Sweetness"



กุหลาบอังกฤษ "เอลเลน" / English Rose "Ellen"



กุหลาบอังกฤษ "ชารีฟา อัสมา" / English Rose "Sharifa Asma"


*





4.1.59

ปีใหม่ กุหลาบ และภาพที่เห็น / ์New Year, Roses and The Flash back

English Rose "Evelyn"

 
กุหลาบงามยามแสงรวิฉาย

หยดฝนพรายกลีบดอกออกจะหวาน

ถึงหน้าหนาวร้าวร้อนมาก่อนกาล

ก็ผันผ่านผลิแย้มแต้มดวงใจ


ทั้งผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย

ก็ค่อยค่อยเติบใหญ่ไม่ร้องไห้

ถึงพรุ่งนี้ วันนี้ก็หายไป

ทำหน้าที่ใกล้ไกลให้พอดี


ที่ผ่านหนาวผ่านร้อนมาก็มาก

ถึงลำบากยากเย็นไม่เร้นหนี

ว่าสุขสุขวันท้อก็พอมี

กุหลาบคลี่กลีบแย้มแต้มใจคน

... ว่าสุขสุขทุกข์ท้อก็พอมี

คนคลายคลี่คำแย้มแต้มใจตน





































*





29.12.58

กุหลาบกับบทกวี / Rose and Poetry


English Rose "Olivia"
ไม่ว่าวันคืนจะเป็นอย่างไร ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังรอคอยอยู่ในสวน

กลิ่นหอมกุหลาบอวล อ้อยสร้อยอยู่ในคล้อยลมนิ่งงัน

หอม ซึ่งฟุ้งกระจายเมื่อสายลมเปลี่ยนผัน

และหอมนั้นพลันสลายไปกับสายลมแรง




 
ซ้อนกลีบเรียงร้อยอ่อนช้อยหนอธรรมชาติ

งามพิสุทธิ์สะอาดในเงาแสง

อาจมีบ้างฤดูร้ายและเหล่าแมลง

ที่แอบแฝงเข้ามา โอ้ชะตากรรม



 

แต่ใครหรือจะทอดทิ้งความรัก

ซึ่งฉันตระหนักด้วยการดำรงอยู่ของเธอแม้ปราศจากถ้อยคำ

วันแล้ววันเล่า เราเฝ้าทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ

วันคืนน่าจดจำ 

บทกวีไร้คำในสวนคือกุหลาบ

สวนอักษรบนกระดาษคือบทกวีที่ฉันเขียน



 
แสงแดด บางครั้งแผดเผาทะลุทะลวงผ่านครีมกันแดดจนผิวแสบร้อน

แต่แสงร้อนไม่อาจทำให้วางมือ เราต่างไม่ละความเพียร

เธอ ด้วยการดำรงอยู เติบโตและออกดอก ส่วนฉัน ด้วยการเฝ้าดูแลและเฝ้าเขียน

มันคือการวนเวียนทำซ้ำที่เกิดจากความรัก 

คือการดำรงอยู่ 

คือชีวิตจิตใจ




หากใครถามฉันอีกว่า ทำไมฉันจึงเขียน

ฉันจะย้อนถามเขาว่า ทำไมกุหลาบจึงออกดอกดีไหม

เราต่างเกิดมาเพื่อทำอะไร ๆ

จิตสำนึกบอกให้วางความรักที่มีต่อบางสิ่งไว้

วางร่องรอยเอาไว้

ระหว่างการเดินทาง

 



ชีวิตและจิตวิญญาณเติบโตผ่านเราเรียนรู้

เช่นฉันเฝ้าดูกุหลาบบาน

บทสนทนาน่าชื่นชมขมหวาน

สุขทุกข์สายธาร

สูญหายตายผ่านเช่นเดียวกับชีวิต

 หากคงอยู่เป็นคู่มิตร หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณนิรันดร์




*
หมายเหตุ*
ภาพข้างบนทั้งหมดเป็นกุหลาบ "โอลิเวีย" โดย เดวิด ออสติน

 *





26.12.58

ฉันท์กุหลาบ อีทิสังค์ฉันท์ ๒๐ / When Morning Light Touches My Rose


กุหลาบอังกฤษ "เอลเลน"

อีทิสังค์ฉันท์ ๒๐


งามละอองละมุนอรุณสมัย
แตะแต้มผะแผ่วกุหลาบกระไร
นะเช้างาม

ปรารถนาจะเอื้อนจะเอ่ยจะถาม
กระนั้นก็เพียงจะตอบและตาม
ฤทัยฉันท์

คำกุหลาบกระซิบวจีประพันธ์
พระคุณอรุณกรุณย์อนันต์
อุษาแสง

แม้มินานตะวันจะร้อนจะแรง
จะต่อจะเติมจะจัดจะแจง
ก็ชีวิต

เช่นรตีรวีสว่าง ณ จิต
พิไลพิลาสประหลาดจริต
เพราะความรัก




*



23.10.58

ชวนลมชมมวลมาลี (ฉบัง ๑๖)



ชวนลมชมมวลมาลี ............ ณ สวนน้อยนี้
หลากสายหลายสีคลี่บาน

เชิญลมดมดอมหอมหวาน ....... ประโลมรอนราน
ซึ่งโลกมิอาจผลักไส

รั้วรอบปลอบโยนดวงใจ ... ผู้อยู่ข้างใน
และผู้แวะวนยลเยือน

ร่มไม้มีไว้ให้เพื่อน...........  หน้าหลังรังเรือน
เก้าอี้มีพอรอคอย





พิศพราวขาวปีบดอกน้อย ...ม่วงเช้าดอกจ้อย
คล้ายคล้อยเมฆบางข้างบน

ร่วงกรูลู่แก้วหลังฝน .............. คลุมกรวดเทาหม่น   
พรมขาวเจ้าสาวดอกแก้ว

แดดอ่อนสะท้อนวับแวว ... เม็ดฝนพราวแพรว
 ไหวแก้วน้ำฟ้าตาใคร






ลมเอยเชยหอมดอกไม้ .........  พัดไปใกล้ไกล
กล่อมไฟกล่อมดินหินน้ำ

ปลอบโลกโศกซ้อนย้อนย้ำ ..... เปรียบร้อยถ้อยคำ
รำเพยหอมในสายลม   

คลี่คลายร้ายล้อมจ่อมจม ..... คลายใจขื่นขม
หันชมดมหอมมาลี






 *
 


หมายเหตุ

กุหลาบสีชมพูในภาพแรก "บิชอปส์ แคสเซิล" กุหลาบอังกฤษ
ภาพที่สอง "ดอกปีบ"
ภาพที่สาม "ดอกแก้ว"
ภาพที่สี่ กุหลาบแดง "รูจ รอเยล" กุหลาบฝรั่งเศส
หอมมากทุกดอกเลยค่ะ

*




8.10.58

ของกำนัลในวันฝนโปรย




คอยแดดอุ่นยามเช้าเจ้ากุหลาบ

เคยซึมซาบอาบไล้ใต้แสงฉาย

คราชุ่มโชกโลกหม่นฝนโปรยปราย

ฝนก็คล้ายประดับประดาให้น่าชม


ฉันมองหวานกุหลาบอาบหยดน้ำ

น้อยแสงค่ำนำผกายละม้ายผสม

เห็นความจริงความงามตามเงื่อนปม

เห็นความขมห่มหวานแห่งวารวัน


เจ้าผลิดอกออกช่อหนอดั่งรู้

ใครคอยดูอยู่ใกล้ไม่ห่างขวัญ

 แทนแสงอุ่นลึกล้ำของกำนัล

ที่ให้กันและกันวันฝนโปรย




*





1.9.58

กุหลาบอังกฤษ ยัง ไลซีดัส บทกวี เรื่องเล่าและบทความสั้น ๆ / Rose: Young Lycidas





กุหลาบที่ได้มาต้นนี้ชื่อยัง ไลซีดัส ทำให้อยากรู้ว่าที่มาของชื่อมาอย่างไร
ค้นแล้วก็ทราบว่าเพื่อระลึกถึงกวี จอห์น มิลตัน
และ ไลซีดัส เป็นชื่อบทกวีสั้นและงดงามที่สุดบทหนึ่งของอังกฤษ
เขียนในปี ค.ศ 1637 (378 ปีมาแล้ว)

จอห์น มิลตันเป็นคนที่ทำให้เกิดคำว่า fragrance ที่แปลว่ากลิ่นหอมขึ้นมาบนโลก




ยัง ไลซีดัส หรือ ไลซีดัสหนุ่มในบทกวี คือ เอ็ดเวิร์ด คิง เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ซึ่งจมน้ำตายร่างหายไปกับเรือของเขาที่ริมฝั่งทะเลไอริชในเดือนสิงหาคมปีนั้น
บทกวีมีความยาวทั้งหมด 193 บรรทัด (นี่เรียกว่าบทกวีสั้นนะคะ)
ที่นำมาแปลเป็นส่วนแรกของบทกวีค่ะ








"ไลซีดัส" โดย จอห์น มิลตัน ค.ศ.1637
(บทกวีแปล)

อีกครั้งแล้ว เจ้าช่อลอเรล อีกครั้งแล้ว...
..เมอเทิลสีน้ำตาล ซึ่งเถาไอวี่มิเคยเหี่ยวเฉาร่วงลา
ฉันมาเพื่อดึงทึ้งเหล่าลูกเบอรี่จากต้น เกรี้ยวกราดและดุดัน
ด้วยแรงกระชากจากนิ้วมือหยาบคาย
ใบเจ้าป่นปี้ก่อนเดือนปีสุกงอม
ความขื่นขมที่ข่มไว้ในช่วงเวลาโศกเศร้า ที่รัก
บีบบังคับให้ฉันต้องรบกวนเจ้าก่อนฤดูกาลอันควร
ด้วยไลซีดัสได้ตายไปแล้ว จากไปในวัยหนุ่ม
ไลซีดัสหนุ่ม มิได้พรากจากเพื่อน
ใครหรือ จักไม่ร้องเพลงเพื่อไลซีดัส เขารู้...
  ..ว่าเขาร้องเพลง และสร้างบทกวีเยี่ยมยอด
เขาจะไม่ลอยคว้างอยู่เหนือเชิงตะกอนน้ำ
ไม่ร้องไห้ และไม่คร่ำครวญกับสายลมแห้งแล้ง
ปราศจากของกำนัลใด แม้ในบางท่วงทำนองของอัสสุชล


*




Lycidas

By John Milton
Yet once more, O ye laurels, and once more
Ye myrtles brown, with ivy never sere,
I come to pluck your berries harsh and crude,
And with forc'd fingers rude
Shatter your leaves before the mellowing year.
Bitter constraint and sad occasion dear
Compels me to disturb your season due;
For Lycidas is dead, dead ere his prime,
Young Lycidas, and hath not left his peer.
Who would not sing for Lycidas? he knew
Himself to sing, and build the lofty rhyme.
He must not float upon his wat'ry bier
Unwept, and welter to the parching wind,
Without the meed of some melodious tear.





กุหลาบ ยัง ไลซีดัสต้นนี้ ได้มาในเดือนมีนาคม
เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ออกช่อดอกเป็นพวงแย้มบานไล่ตามกันมา
แต่ละดอกสวยเกินห้าวัน หลังจากนั้นไม่ค่อยสวยแต่ยังไม่ร่วง
และยังสวยอยู่ในสายตาของคนเลี้ยงดู

ประหลาดใจตรงกลิ่นหอม
เพราะเวลาบานใหม่ ๆ กลิ่นหอมหวานสดชื่น แล้วแรงขึ้น และเปลี่ยนไป
จนต้องไปตรวจสอบในเว็บของเดวิด ออสติน
ก็พบว่า
"มีกลิ่นหอมที่เปลี่ยนไปตามอายุดอก แรกบานจะเป็นกลิ่นชาบริสุทธิ์
แล้วจะกลายเป็นกลิ่นผสมของชากับกลิ่นหอมของกุหลาบโบราณ มีกลิ่นหอมของไม้ซีดาร์ปลาย ๆ"

โอ ซาบซึ้งมาก่อนอ่านแล้ว
หอมจริง บานทน ดอกดก
ตอนนี้พักก่อนนะ ยัง ไลซีดัส ยังไม่ต้องออกดอก


ภาพถัดไปข้างล่างเป็นภาพตอนที่ได้มาในเดือนมีนาคม











ไลซีดัส เธอบานอยู่ในสวนน้อย
เช่นเอ็ดเวิร์ด คิง ผู้จากไปคงอยู่ในใจ จอห์น มิลตัน
และฉัน กับ "ยัง ไลซีดัส" ต้นนี้


กุหลาบอังกฤษ ยัง ไลซีดัส ดอกนี้เป็นรุ่นแรกที่เกิดที่บ้าน / English Rose: Young Lycidas




Thanks to Wikipedia and David Austin Website*****