Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Think A Life แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Think A Life แสดงบทความทั้งหมด

20.12.56

สาวชาวสวนกับนกฮัมมิ่งเบิร์ด 2 / The Young Gardener and a Hummingbird 2

Oil on canvas by Mary Cassatt (1844 - 1926)


ทุกเช้าคราวเปลือกตาเผยอเปิด
ความไร้เดียงสาของสาวชาวสวนถูกบดขยี้ด้วยความหวาดหวั่น
ดวงตะวันอยู่ข้างนอก  ไกลแสนไกล
ไม่ใช่ในห้องหับอับทึบของยายหลาน
แสงเช้าเฉยชาต่อทุกข์ทรมาน
เธอสั่นสะท้านจากข้างใน
ม่านสีขาวส่ายไหวในแสงสาง
ละม้ายภูติวิญญาณเคลื่อนไหว
บ้านคล้ายต้องมนต์ดำคำสาป
ก่อนขบวนมัจจุราชจักมาถึง

ลมหายใจยายผู้เจ็บหนักส่งกลิ่นอายสิ้นหวัง 
สายลมจากสวนไม่อาจกลบลบ 
ไม่ช้านาน อวสานคงมาถึง 
น้ำตาพรั่งพรูที่รินลงสู่แปลงดอกไม้ เต็มไปด้วยพิษร้ายแห่งทุกข์ระทม 
เปรียบน้ำร้อนพรูพรมหลั่งรดผืนดิน ไม้ดอกดื่มกินโหยกระหาย

ฮัมมิ่งเบิร์ดหงอยเหงาเฝ้าเป็นเพื่อน
ฝืนดูดน้ำหวานจากธารเกสรรสขม
หยดเศร้าหยดเดียวซึมซาบ
ความโศกอาบดวงใจ 
นกน้อยใกล้ตาย

หายใจแผ่ว ๆ ในอุ้งมือ
สาวชาวสวนพามันเข้าไปในครัว จ่อช้อนป้อนน้ำเชื่อมให้ดูดกิน
หวังให้มีกำลังบินไกล

อุ้งมือป้องบังขณะพานกน้อยกลับออกไปในสวน
"บินเถิด บินไป ยังหนแห่งที่มีน้ำหวานอุดม
ฉันต้องอยู่ดูแลยายผู้ทรุดซม
ไม่อาจทิ้งบ้านไป"

ฮัมมิ่งเบิร์ดร้องเพลง วังเวงด้วยอาลัย
"รักเราเนิ่นนาน
ผ่านหลายฤดูกาลไม่สิ้นสุด
แม้โดดเดี่ยวระหว่างทาง
ชีวิตอ้างวางจักดำรง
เพื่อจดจำเธอไว้
ไม่ลืมเลือน"

ฮัมมิ่งเบิร์ดไม่ได้บินไกลหากหลบอยู่ในสวนผลไม้
ซ่อนแฝงตัวไว้ จากความห่วงใยของเธอ



Hummingbird in its nest




*

14.12.54

จุดกำเนิด อาจลูกไฟจากกองฟิน


นิรันดรแห่งบทกวี?


อาจลูกไฟลอยวาบยามอาบหนาว

อาจวิบวับแสงดาวที่พราวฟ้า

ผกายจันทร์รุ้งพรายในสายตา

อาจจากบทสนทนาที่เรามี


ผ่านเวลาผันผายสายน้ำล้น

ผ่านยินยลสุขโศกโลกเปลี่ยนสี

ผ่านหน้าปัทม์นาฬิกาวินาที

นิรันดรแห่งบทกวีอยู่ที่ใด


ความกลมกล่อมที่กลมกลืน

ยังรอคอยวันคืนอยู่ใช่ไหม

นิรันดรเลือกสรรค์นิรันดร์ใด

ควรสถิตย์อยู่ข้างใน นิรันดร


อาจลูกไฟลอยวาบแล้วซาบซึ้ง

อาจต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งเล่าสอน

อาจหนึ่งบทสนทนาหนึ่งบทตอน

บังเกิดหนึ่งนิรันดรแห่งบทกวี




*

ต้อง โดย WestwindPanras



อาจประกายพลุไฟวันใจกรุ่น
เสียงหัวเราะอุ่นๆบนภูผา
กลางแวดล้อมผู้คนบทสนทนา
อาจก่อเกิดปุจฉาที่เงียบงัน

ว่าฟุ้งๆพลุ่งพล่านผ่านกาลสาย
หาความหมายผ่านชีวิตผ่านคิดฝัน
ผ่านรอยทางไขว่คว้าหานิรันดร์
ผ่านทั้งนั้นทั้งสิ้นผ่านดินฟ้า

ผ่านความจริงผ่านความหวังที่ฝังราก
ผ่านหินสากดินแร้งแสวงหา
ผ่านที่เป็นที่ไปยังที่มา
แล้วถ่ายทอดด้วยภาษาที่อาทร

คือต้องตาต้องใจในความคิด
มองชีวิตเข้าใจข้างในสอน
เกินสามัญบนสามัญแห่งสัญจร
ภาพสะท้อนความรู้สึกผ่านตรึกตรอง

คือเรียบง่ายลึกล้ำน้ำคำปราชญ์
ไม่เปล่ากลวงเทสาดดาษจองหอง
ไม่รักชังกรีดกราดทาสเงินทอง
หากด้วยท่วงทำนองของความรัก



*



16.3.54

บทกวีที่ยังไม่ได้เขียน The Unwritten



บทกวีที่ยังไม่ได้เขียน

ฉันเวียนมองเปลวเทียนล้อลมไหว

ละเอียดอ่อนความรู้สึกล้ำลึกข้างใน

งามเอย ... งามหัวใจได้เพียงนั้น


ท่ามความเงียบงันอันแสนหวาน

ดอกไม้น้อยแย้มบานบนก้านฝัน

ทบทวน เรียงร้อยถ้อยคืนวัน

ค่อยผูกพันอ่อนโยนอุ่นเยื่อใย


ยังจดจำวันฟ้าสีฟ้าสด

ไม่ลืมแสงรันทดที่หมดใส

ยังจำเสียงหัวเราะกังวานไกล

ไม่ลืมน้ำตาใจในบางครา


หอมเอย ... หอมกรุ่นกลิ่นความฝัน

แม้กระนั้นต้องระวังครั้งเดินหน้า

ทุกความหมายรายรอบอักษรา

จักบ่งบอกคุณค่าของชีวี


หน้ากระดาษที่ว่างเปล่า

จะเขียนสุขหรือเศร้าเงาวิถี

รอเรียนรู้ เพื่อลงมือ...เขียนกานต์กวี

หวังเขียนบทดีดี ... ที่หัวใจ


*

23.4.53

ข้างนอกนั่น ! (2) Somewhere out there


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
2.
.
ความงามยามค่ำคืน จะปลอบปลุกหัวใจให้ตื่นฟื้นจากโศกเศร้า
.
ทุกข์สุขคละเคล้าผ่านมาแล้วผ่านเลย
.
ลงเอยเป็นภาพวาดหาค่ามิได้บนกำแพงข้างบันไดวกเวียน
.
คุ้นชินจนบางครั้งไม่ได้แม้แต่ปรายตามอง
.
.
.
ข้างนอกนั่น บุหลันทรงกลด
.
คล้ายโลกถูกสะกดด้วยละอองอณูละเอียด พรายพรม ห่มโลก
.
โลกใหญ่...และ เล็กเท่าแก้วตา
.
แสงนวลนุ่มอาจปรารถนา'โอบอุ้ม'คลุมร่างกลางแมกไม้
.
หัวใจหวาดหวั่น อาจพลันนิ่งด้วยการ'ทนุถนอม'จากสายลม
.
ท่ามห้วงอากาศสงบสงัด
ความมืดที่ไม่มืด ความสว่างที่ไม่สว่าง
.
ระหว่างกลางรอยทาบทบ กลบกลืนของคืนวัน
.
ฉันปรารถนาจะอยู่ที่นั่น
.
บนพื้นผิวสนธยากาล
.
ดังนั้น ...
.
ขอฉันออกไปในสวนหน่อยได้ไหม ?
.
.
.
~
.
.
.
.
.

21.4.53

ข้างนอกนั่น ! A Song Out There
















ขอฉันออกไปในสวนสักหน่อยเถิด
ขอฉันเปิดประตูสู่ละอองเรณูดำกำมะหยี่แสงค่ำ
ดื่มด่ำซาบหวานดอกราตรีผู้ไม่ยี่หร่ะต่อลมฤดูร้อน
หอมเธอหรือจักจืดจางขณะรัตติกาลก้าวย่าง
หอมเธอหรือจักเบาบางกลางระลอกคลื่นสายลม
.
'
ขอฉันออกไปในสวนสักหน่อย
เพื่อชมพลอยน้ำค้างเม็ดน้อยม่อยหลับอยู่ปลายเรียวหญ้า
แสงไฟจากดวงโคมกระทบหยดน้ำวิบวับจับตา
ฉันสัญญา จะปล่อยพวกเธอให้หลับใหลจนเต็มตื่น
กระทั่งแสงเช้าพาคืนกลับยังรังเรือน


ขอฉันออกไปในสวนหน่อยได้ไหม
ขณะใบไม้ระบัดใบอ้อล้อละอองจันทร์
ขณะใยไหมทอเมฆสีอำพัน ลอยละล่องฟองฟ้า
ด้วยจังหวะลีลาและท่วงทำนองที่มีมาช้านาน
ฉันปรารถนาจะได้ยินวงดุริยางค์เก่าแก่บรรเลง
ปรารถนาจะได้ฟังเพลงโบราณเพลงนั้น
ทั้งหมดอยู่ข้างนอกนั่น !
ดังนั้น ขอฉันออกไปในสวนหน่อยได้ไหม ?


*
~
.
.
.
.
.

14.4.53

ในอุ้งมือ

๑.

เขาเดินทางมาคนเดียว
บนหนทางโดดเดี่ยวของคนฝัน
ดึงดันไต่ภูผาสูงชัน
มือจิกเท้ายันประจันโจม

ทานพุ่งสู่ทิศเบื้องหน้า
แข็งขืนฝืนฝ่าพายุโหม
ไม่หรอก ... ไม่มี ... ดนตรีประโคม
อาจสายลมเล้าโลมเพียงบางครา
.
ฟ้าฝนไม่เป็นใจ
น้ำตาไหลปนฝนจากหม่นฟ้า
อิดโรยน่าสมเพชเวทนา
ใยชีวิตข้า เป็นเช่นนี้ !
.
.
.๒.
บนยอดเขาสูง
แปลกนกยูงรำแพนแสนรุ้งสี
ดอกไม้ป่าเบ่งบานล้านมาลี
กล่นเกลือนหลากมณีทั่วศีขริน

อะไรคือสิ่งที่ต้องการ
เพื่อคิดหาญคว้าจันทร์จากผาหิน
เพื่อยืนยันว่านกเปลี่ยวเดี่ยวโบยบิน
มาถึงถิ่นเงาแสงแห่งนิรันดร์
.
ต้องการอะไรจากที่นี่
เขาผู้มีเฉพาะกาลระหว่างฝัน
ปรารถนาปลิดเด็ดเมล็ดพันธุ์
ของเพียงหนึ่งบุษบันไปหว่านลง
.
ค่ำแล้ว ...
ดาษดวงแก้วพริบพริบระยิบผง
ดาริกาบรรเลงเพลงทรนง
เจาะจง ... แด่ชายบนยอดภู
.
เงี่ยฟัง
งามโน้ตเพลงพรูพรั่งสองข้างหู
อุระเอมเอิบอาบซาบวิญญู
แม้ไม่รู้ดอกไม้ฝันนั้นอยู่ไหน

ชีวิตคือการแสวงหา
จะเร็วช้าพรักพร้อมย่อมพบได้
คือการตอบคำถามผ่านทำไม ?
มองเข้าไปในไม่รู้ สู่ทิศทาง
.
ดอกไม้นั้นอยู่ไหน ?
อุดมคติแห่งหัวใจใคร่สะสาง
ผ่านวันคืนหวั่นไหวในเลือนลาง
เคว้งคว้าง อ้างว้าง กลางเวลา
.
เหลือบเห็นหยาดน้ำตาจากดาวหนึ่ง
วาบแสงซาบซึ้งซึ่งค้นหา
หยดลงบนหนึ่งบุษบา
อีกน้ำฟ้าหล่นมาในอุ้งมือ
.
.
.๓.
เห็นดอกไม้นั่นไหม ?
นั่นดอกไม้ใช่ไหมตระกองถือ
ทะเลในพายุโถมโหมกระพือ
หรือคือ เงียบง่าย คลายเงื่อนปม
.
ในอุ้งมือทั้งสอง
ประคับประคองชมชื่นหรือขื่นขม
หัวเราะ ร้องไห้ หรือไม่อภิรมย์
ยกขึ้นดอมดม หรือนิ่งงัน
.
เขาผู้เดินคนเดียวชายเปลี่ยวเปล่า
ผ่านหงอยเหงา โศกเศร้า แข็งขัน
ถดถอย ต่อสู้ ฝ่าฟัน
เขาคนนั้นเห็นสิ่งใด ในอุ้งมือ ?
.

*****