Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


30.11.55

คืนลอยกระทงที่ไร้จันทร์ / The Missing Moon (Loykratong Night)



ลอยกระทงปีนี้ฟ้าสีเทา
บ่ายยังเยาว์เงาไม้คล้ายหม่นหมอง
ฝนโรยสายเอื่อยเฉื่อยเปลือยละออง
แสงสีทองยามเย็นไม่เห็นเลย


กระทงน้อยร้อยรัดกลัดกลีบตอง
วางใบรองซ่อนแกนแทนเปิดเผย
ธูปเทียนแซมดอกไม้หอมพร้อมใบเตย
สายน้ำไหลลมรำเพยลอยเรียงราย


แหงนมองฟ้าหาพระจันทร์คืนวันเพ็ญ
น้ำตาฟ้ายังกระเซ็นเป็นเส้นสาย
เมฆยังหนาบังเดือนเหมือนซ่อนกาย
หันชมแสงมากมายบนสายธาร


ระยิบแสงเทียนระยับจับผิวน้ำ
ฝนพรำพรำสายลมผสมผสาน
เสียงหัวเราะเสียงพูดจาพาเบิกบาน
แม้ไม่ได้พบพานจันทร์เต็มดวง



Sky Singing The Blues on Loykratong Night November 2012. Bangkok, Thailand


*



28.11.55

ง่าย กลับ ยาก / Too Easy Too Hard



จำเป็นหรือเปล่าที่เราต้องพูดถึงสิ่งที่ใครต่อใครพูดถึง
จำเป็นไหมที่เราต้องเห็นพ้องเพื่อแสดงตนในวงสนทนา
หรือโต้แย้งเพื่อสร้างสีสันให้กับการพูดคุย


มันง่ายกว่าและปลอดภัยกว่าไม่ใช่หรือที่เราจะยึดถือมาตรฐานของตนเป็นที่ตั้ง
โดยเฉพาะเมื่อมาตรฐานของเรานั้นเป็นมาตรฐานเดียวกับคนส่วนใหญ่
เราใช้มาตรฐานนั้นอธิบายบางเรื่อง บางสิ่ง หรือบางคน
คำอธิบายที่กลายพันธุ์เป็นคำพิพากษาในวินาทีที่คนส่วนใหญ่พยักเพยิด


เราถอยออกมาเพื่อมอง
เรามองเพื่อเห็น
ชายบนยอดเขามองลงมายังแผ่นดินกว้างใหญ่เบื้องล่าง เขามองไปรอบ ๆ
เรา คนข้างล่างถอยออกมาเพื่อมองภูเขา
ด้วยเรารู้ว่า ณ ที่นั้น สิ่งที่เห็นเป็นเพียงพื้นลาดชัน
ที่ซึ่งเราจะก้มมองก็ต่อเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเดินขึ้นเขาไป


มันยากกว่าและอันตรายกว่าไม่ใช่หรือที่เราไม่ยึดถือมาตรฐานของตนเองเป็นที่ตั้ง
โดยเฉพาะเมื่อมาตรฐานของเราต่างจากคนส่วนใหญ่
ไม่จำเป็นที่เราจะต้องพูดถึงสิ่งที่คนส่วนใหญ่กำลังพูดถึง
ไม่จำเป็นหรอกที่เราจะต้องเห็นพ้องหรือโต้แย้งเพื่อเพิ่มรสชาติ
ไม่จำเป็นอย่างแน่นอนที่เราจะต้องอธิบายบางเรื่อง บางสิ่ง หรือบางคน
แม้ บางเรื่อง บางสิ่ง เป็นของเรา
และบางคนนั้น คือเราเอง
ไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งที่ใครต่อใครอธิบายแทนเราแล้ว ไม่ว่าใช่หรือไม่ใช่
การตัดสินได้สิ้นสุดลงเมื่อคณะลูกขุนพยักหน้าเห็นชอบ

สำหรับฉัน บางความง่ายมันยากเกินไป


*




หนึ่งเปลือกหอยบนหาดทราย ท่ามอนันตเม็ดทรายแห่งความจริง

*



23.11.55

เด็กหญิงผู้เป่าก้อนเมฆ / The Passing Clouds



เด็กหญิงตัวน้อยกลับเข้ามาในบ้าน "แม่คะ ทำไมวันนี้มืด"
"วันนี้ไม่มีแสงแดด"
"ทำไมถึงไม่มีแสงแดดล่ะคะ"
แม่เดินออกไปที่ระเบียง "เห็นมั้ยลูก เมฆเต็มท้องฟ้า บังพระอาทิตย์ แดดเลยส่องลงมาไม่ได้"
"แล้วเมื่อไหร่เมฆจะหมดล่ะคะ"
"ถ้าเมฆกลายเป็นฝนตกลงมา เมฆก็จะหมดไป"
"แล้วถ้าฝนไม่ตกล่ะคะ"
"บางทีจะมีลมแรง ๆ พัดเมฆลอยไปที่อื่น"


เด็กหญิงอมลมไว้จนแก้มโป่ง เธอแหงนหน้าเป่ามันออกไป
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เธอทำเช่นนี้จนแม่ออกมาพบเข้า
"นั่นลูกทำอะไร" 
"เป่าเมฆให้ลอยไปที่อื่น"
"ลูกทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ลมจากปากของลูกไปไม่ถึงบนฟ้า"
เด็กหญิงนั่งลงอย่างหมดแรง
"ลูกจะเป่าเมฆไปทำไม ลูกไม่ชอบเมฆเหรอคะ"
"หนูไม่ได้ไม่ชอบเมฆ หนูแค่อยากให่แดดออก"


ผ่านไปหลายปี เธอยังไม่ลืมคำแม่
"ลูกต้องรู้จักรอ เดี๋ยวแดดก็ออก"
เธอยังจำวันนั้นได้ดี
เธอตามแม่เข้าไปในบ้าน แม่ปิ้งขนมปังตัดเป็นชิ้นพอคำ แม่เทนมข้นหวานลงในถ้วยไว้จิ้มขนมปัง แล้วแม่ก็ชงโกโก้ให้
เธอรับประทานมันอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมวันที่มืดหม่น
 ทันใดแสงแดดก็สาดส่องเข้ามาในห้อง
เธอวิ่งออกไป
มองทุกสิ่งใต้แสงแดดเจิดจ้า
เธอเงยหน้ามองฟ้า
"ขอบคุณนะก้อนเมฆ หนูไม่ได้ไม่ชอบก้อนเมฆนะคะ หนูแค่อยากให้แดดออก"



*