เห็นหน้ากันแล้ว ที่แก้มมีสีม่วง !
Home Photo
Happy New Year 2019
1.12.57
นกสีเหลือง / Yellow Bird
เห็นหน้ากันแล้ว ที่แก้มมีสีม่วง !
14.6.57
การเดินทางของบางตัวโน้ตในบทเพลง / Journey Of Some Notes In My Song
ล่องลอยอยู่ในจินตอากาศความนึกคิด
ฉัน เงี่ยหูฟัง
ฉันเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงนั้น
แต่เธอ...
ถ้อยคำไม่ปะติดปะต่อ จึงเป็นบทกวี
คำว่า "เข้าใจ" ถูกละไว้บนพื้นที่ว่างแสนโดดเดี่ยว
เราเพียงแต่ "รู้"
สวนในโลกใบเล็ก
เธอ
จะกลับมาเล่านิทาน
ให้ฉันฟัง
ถ้อยคำบางคำเพิ่งมาถึง
เพลงบางเพลง
ติดตามบทเพลงบทใหม่ไปด้วยกัน
*
12.12.55
เก็บท้องฟ้าเอาไว้ มิใช่ดาวเดือน / December Sky
5.2.54
A Lazy Afternoon
ยามบ่ายบิดขี้เกียจใต้แสงเจิดจ้าของแดดกุมภา
ผึ้งตัวเล็กค่อยๆดูดดื่มน้ำหวานจากกุหลาบดอกจ้อย
เถาอ่อนสายน้ำผึ้งทอดตัวอิงรั้วสีน้ำตาล
ขณะฉันทอดแขนบนเก้าอี้ยาวในสวน
บทสนทนาบางบทโดยสารสายลมโชยอ่อนมาเบาๆ
ทอดเงาบางๆ ของบางแก่นสาร
ยามบ่ายแสนเกียจคร้าน
ที่มีเรา
2.
ใครนะเก่งจัง นั่งหัวร่ออยู่ใต้เก้าอี้
ประเดี๋ยวก็คลานอยู่ใต้โต๊ะ เล่นได้เล่นดี เล่นแล้ว จะเล่นอีกสักกี่ที
คนตัวเล็กเด็กดี ดูซี่ โตขึ้นทุกวัน
รองเท้าคู่กะจิ๊ด คนตัวนิดสวมได้พอดี
นอนหลับได้ทุกที่ รู้ว่าบางทีก็ฝัน
ลืมตาตื่นเช้า ใครเล่าตื่นได้ฉับพลัน
ยิ้มรับแสงวันเต็มตา
สิ่งเล็กเล็ก คนตัวเล็กมองเห็น
ล้วนแล้วแต่เป็นของเล่น เป็นปริศนา
มีไว้ให้คว้ามา หัวร่อร่า ลืมเวลา เถอะผ่านไป
3.
ยามบ่ายแสนเกียจคร้านลาจาก
ฝากรอยยิ้ม ทิ้งฉันไว้กับยามเย็น
รังสีสายัณห์เคลือบฉาบ ฉันไขว่คว้าลีลาเนิบนาบของยามบ่าย
แดดเจือจาง สายลมโรยอ่อน
เงียบงัน ฉันง่วงงุน
นึกถึงเจ้าตัวน้อยอยากผลอยหลับไปในเปลด้วยอีกคน
*
ภาพชื่อ Red Summer
23.1.54
เห็น เรา ไหมในสายลม (In a Sentimental Mood)
1.9.53
แสงแรก First Light of Day
ยามแสงแรกโรยละอองอ่อนลงแตะต้องผืนโลกแผ่วเบา
ฤดูกาลปลิดดอกชมพูตะเบบูญ่าร่วงหล่นลงตั้งแต่ปลายกุมภา
หากช่อน้อยดอกปีบยังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ
มะลิซ้อนพรูพรั่ง ขาวเปล่งปลั่งไม่ลาโรยใต้โปรยฝอยฝนวสันตฤดู
รับรู้การเยี่ยมเยียนและผ่านผันของลมเช้า
ขณะแสงอุษาจุมพิตหยดน้ำค้างบนยอดหญ้า ... อ่อนโยน
เธอพกพาสิ่งใดมาด้วยหรือ
ความรัก ความชัง
แค้นคลั่ง อาดูร
หรือเพียงความเวิ้งว่างภายในของผู้ไร้รวงรัง
สนามหญ้าหนานุ่มรอรองรับเท้าเปลือยเปล่าของใครหรือ
กี่คนเล่าปรารถนาสัมผัสแนบสนิทผืนดิน
ที่ไม่เคยสั่นคลอน แม้ความตาย
ณ ใต้ร่มตะเบบูญ่านี้
ยามอรุณส่งรังสีเจิดจ้าขึ้นเรื่อยเรื่อย
คอยคนปลูกมาชมงาม ชื่นหอมนิรันดร์ของเธอ
แสงนอกสาดรังสีเหลืองประกายแสด เข้าอาบอุ่นห้องขาวหนาวเย็น
... และเธอ
ย่างก้าวเท้าเพรียวลงบนเรียวหญ้าหนานุ่ม
ชุ่มชื่นหลากสีธรรมชาติรอบกาย
กลมกลืนคล้ายมลายหายท่ามทั้งหลายที่รอคอย
และรอยเท้าคู่นั้น ...
~
โดย มนุษย์
และรอยเท้าคู่นั้น..
อรุณทอแสงเป็นเส้นรุ้งทอดผ่าน
ดวงตามืดบอดบอบช้ำ
ย่ำเดินย่องโดดแดดิ้นราวเด็กน้อย
ยามดอกรักโปรยปรายดั่งสายฝน
ตัดเสี้ยวตะวันทิศตะวันออกเมื่อ
สักครู่หนึ่ง เพียงชั่วครั้ง
และไม่อาจรับรู้ถึงอดีตกาลของวันพรุ่ง
ฉันซุกตัวใต้อ้อมกอดเงาไม้
เพื่อถ่ายเทความงามสู่โลก
และฝากรอยเท้าคู่นั้นสลับ
เรียงรายราวร่องรอยรักร้าง
ปนเปไปกับดินทราย
สูดแสงจันทร์ยามค่ำแทนอากาศบริสุทธิ์
ละเลียดความฉ่ำบานของกุหลาบไร้กลีบ
ย่ำเท้า ย่ำเท้า
เพื่อให้รอยเท้าคู่นั้น
เป็นความทรงจำที่สถิต
อยู่ในความทรงจำของรอยเท้า
คู่นั้น.
*
"มนุษย์"เขียนดีจนต้องนำขึ้นมาจากข้างล่าง
ขอบคุณค่ะ
10.8.53
ดวงตาคู่นั้นเป็นที่เก็บดวงดาว Where Two Stars were Kept
ฟ้าโรยกำมะหยี่สีดำลงห่มบ้านเราแล้ว
เธอปิดเปลือกตา ดวงดาวลับหาย
เปลือกตาปิดสนิท
กระนั้นน้ำเอ่อท้นจากทะเลใน
ล้นรินจากเปลือกตาที่ปิดสนิท
เธอพึมพำบอกตนเอง
น้ำตาไม่ใช่ของฉัน
หากเป็นน้ำตาดวงดาว
แว่วเสียงผู้อาวุโสร้องบอก
ไปเถิดทหาร อย่าลืมปืนคู่มือและบรรดาอาวุธคู่กายเจ้า
รีบไปเสียก่อนที่ประตูเมืองจะปิดตาย
...
รัตติกาลกำลังทำหน้าที่ของมัน
ยิ่งฟ้ามืดเท่าไร ...
ดาวประจำเมืองยิ่งเจิดจ้าขึ้นเท่านั้น
เขาเดินออกจากเมือง ทิ้งประตูที่ลั่นดาลไว้เบื้องหลัง
...
หญิงสาวลืมตาตื่นเพียงยินเสียงขันแรกของไก่บ้าน
เธอกระวีกระวาดออกสู่นอกชาน
ทอดสายตามองสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่เขาปลูกไว้
ดวงตาคู่นั้นกลายเป็นที่เก็บแปลงดอกไม้
ประตูเมืองปิด เปลือกตาพริ้มสนิท
เธอปิดเปลือกตาทุกคราราตรีมาเยือน
และลืมตาตื่นเพียงยินเสียงไก่ขันครั้งแรกในยามอรุณ.
*
13.3.53
เกล็ดตะวันในแววตา โลกเล็ก ๆ
จันทร์แว่วขลุ่ยเอื้อนอ่อนอ้อนคำจันทร์
เยาว์เพลงฝันดึกดื่นคืนยังเยาว์
มือหนึ่งในอีกมือ
ไม่ผิดตัวหนังสือ-กระดาษเปล่า
เจ้าเอย ... เคยคว้างระหว่างเงา
กระดาษเหงาน้ำหมึกว้างสร้างรวงรัง
กำหนดใจชื่อตอนเผื่อย้อนหลัง
เบิกโรงอ้อยสร้อยน้อยกำลัง
ทะเลในคงยังขังน้ำตา
ดั่งโดนเสกลอยล่องผ่านฟองฟ้า
เกี่ยวก้อย คอยเก็บเกล็ดทิวา
เพื่อวางไว้ ในดวงตา ข อ ง อี ก ค น
*
10.3.53
ตรึงตราสายัณห์ (A Quiet Conversation To The Fool On The Hill)

ภาพโดย Jose a Gallego
ด้วยถ้อยคำปราศจากเสียง
คุยกันยาว ... คุยกันนาน
เราจับตาจ้องมองดวงตะวันลอยต่ำ
ผกายทองคำอาบน้ำ อาบฟ้า
สายัณห์ละลายเสี้ยวแสงส้มเรื่อ เจือชมพูกุหลาบ
ทิ้งภาพการจากพรากเพียงชั่วยามอย่างตรึงตรา
..
มกราคม
เรือน้อยคล้อยเคลื่อนสู่เรือนริมฝั่ง
รวงรังยังรอคอย
แม้คนพายมองไม่เห็น
หากดวงใจตระหนักรู้
ผีเสื้อขยับปีก เกิดกระแสลม
โลกใบใหญ่หมุนไป และ หมุนไป
ฉันนั่งมองโลกเล็ก ๆ ของฉัน ... หมุน ...
...บัทเทอร์ฟลาย เอฟเฟคท์ ยังวนเวียนในห้วงคำนึง
อา ... การกระพือปีกของผีเสื้อ ~
*
.





