Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลมพัดดอกไม้ไหว In a Sentimental Mood แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลมพัดดอกไม้ไหว In a Sentimental Mood แสดงบทความทั้งหมด

1.12.57

นกสีเหลือง / Yellow Bird


วันเสาร์ที่ผ่านมารดน้ำกุหลาบตอนเช้ามืด เสร็จสิ้นเมื่อแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า
โปรยธัญพืชทิ้งไว้เป็นอาหารนก ทานอาหารเช้าในบ้าน
แง้มม่านดูว่านกมากินอาหารหรือยัง
เห็นบางสิ่งสีเหลืองแจ่มจ้าแวบไหวอยู่หลังกระถางราชาวดี
อ๋อ ดอกพุทธรักษาที่ร่วงลงมาคงโดนลม
เอ๊ะ สีเหลืองหายไป แล้วโผล่ออกมาใหม่
หัวใจพองโต มือสั่นตื่นเต้น
นกสีเหลืองนี่นา




นกอะไรไม่เคยเห็น
คว้ากล้องถ่ายรูปพร้อมกับฮึมฮัมเพลงเยลโล่เบิร์ด
นกสีเหลืองบนลานกรวดกำลังกินเมล็ดธัญพืชในบ้านของเรา



นกสวยจัง นกอะไรกันนี่ ชื่ออะไรจ้ะ
ตื่นเต้นจนมือสั่น แต่ก็ต้องถ่ายรูปเอาไว้
กลัวจะไม่ได้พบกันอีก



เดินเข้ามาจนใกล้ไม่ได้กลัวเลย หรือไม่ทันมอง
พินิจสีเหลืองสดใส ที่ปลายหางและปลายปีกอ่อนจางจนเกือบเป็นสีขาว
เหมือนสีกุหลาบซัมเมอร์ไทม์



ขนบนตัวเป็นขนอุยปลิว ๆ เมื่อโดนสายลมอ่อน
หรือเป็นลูกนก
ลูกนกอะไร



 เห็นหน้ากันแล้ว ที่แก้มมีสีม่วง !
ที่จงอยปากก็ด้วย !
 หางก็ยาว
นี่ลูกนกนี่นา ขนบนหัวยังปุกปุย

คายเปลือกเมล็ดพืชเหมือนนกกระจอกเลย




พ่อแม่ไปไหน ทำไมมาหากินลำพัง

เดียวดาย



หันมามองกันแล้ว เจ้านกขนอ่อน
เจ้านกสีเหลือง
เจ้านกแก้มม่วง
เจ้าหางขาวเท้าส้ม



อยากให้กินเยอะ ๆ  ดูแล้วนกน้อยยังอ้วนได้อีกมาก
ดูมันบอบบางเหลือเกิน
นกกินไป คนมองก็ทำใจกับอารมณ์หลากหลาย



ทันใดก็เห็นสีเขียวตองอ่อนใต้ปีกนก
เป็นสีเขียวที่สวยมาก ๆ
แต่ทำไมปีกถึงสั้นอย่างนั้น
หรือเป็นปีกที่โดนตัด
ผู้ไม่รู้ย่อมคิดอะไร ๆ ได้ต่าง ๆ นา ๆ 


 
ไม่เคยเห็นนกในสวนที่มีสีสันสวยงามบาดตา
 บอบบาง ดูน่าสงสารบาดใจอย่างนกตัวนี้มาก่อนเลย



หรือจะเป็นนกแก้ว
สีเขียวที่ใต้ปีกทำให้คิดอย่างนี้



เหมือนลูกเจี๊ยบเลย
ปีกมันไม่ได้โดนตัดหรอก
มันเป็นลูกนก
ยังโตไม่เต็มวัย
ผู้สังเกตการณ์พินิจพิจารณาและวิเคราะห์
บทสรุป
มันเป็นลูกนกกำพร้า !



นกยังไม่อิ่ม ยังเคลื่อนไหว
คนถ่ายรูปก็ยังมือสั่น
บอกตัวเองว่า มือสั่นทำให้เสียเรื่อง
เป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อ
มองด้วยเลนส์ตา
มองด้วยเลนส์กล้อง
เก็บภาพจำไว้ในสองที่



ลูกนกยังกินต่อไป 
ผู้สังเกตการณ์หารือตัวเอง
ถ้าเป็นลูกนกแก้ว
มันจะอยากกินกล้วยไหมนะ
ความสำคัญของการมีชื่อและรู้ชื่ออยู่ตรงนี้



ขณะกินไปก็ชำเลืองมองมาตลอด รู้เลยว่าไม่กลัวในระยะห่างสองเมตร
ทำท่าเหมือนง่วง คงจะอิ่มแล้ว



ยัง ยังไม่อิ่มดี หิวมามากมาย



จิตใจของคนที่หลงใหลเหล่านกอิสระในสวนถูกฉีกทึ้ง
ฉีกทึ้งที่คำว่านกอิสระ
โอ
อยากทำให้นกอิสระ 
... ไม่อิสระอีกต่อไป



เปลือกธัญพืชคงคิดจงอยปาก เขี่ยใหญ่เลย

อยากเลี้ยง
อยากดูแล
อยากเก็บไว้ในที่ปลอดภัย



ดูสิ ขนเรียงกันอย่างงดงามแค่ไหน
ไปจากที่นี่ จะรอดไหม
ใครเห็นใครก็อยากได้
หรือแม่ของมันถูกจับตัวไป
ทิ้งลูกน้อยเป็นลูกนกกำพร้า
หากินเอง

อยากเป็นเจ้าของ

ไม่ !
จะไม่จับนกขังกรง
คู่ปีกคู่นี้ไม่ควรอยู่ในกรง !

ขณะความคิดกำลังโต้เถียงกันเอง
ฉันปลีกตัวจากเจ้านกน้อยไปอย่างเงียบเชียบ
เพื่อขบคิด
เพื่อไตร่ตรอง
เพื่อทบทวน
หรืออาจเพื่อให้เวลาหาคำตอบมาให้

แล้วจะออกมาหาใหม่นะนกน้อย




(ยังมีต่อ)








*









14.6.57

การเดินทางของบางตัวโน้ตในบทเพลง / Journey Of Some Notes In My Song


Painting by Irene Sheri

ใจ กระซิบกระซาบถ้อยคำบางคำ
เป็นห้วง ๆ
ล่องลอยอยู่ในจินตอากาศความนึกคิด
และแล้วเงียบงัน

ใจ ส่งสัญญาณผ่านตัวโน้ตบางตัว
กระจ่างใส ไร้เดียงสา
และแล้วขาดหาย


ฉัน เงี่ยหูฟัง

ถ้อยคำบางคำสำหรับบทกวี
ที่ยังไม่ใช่บทกวี
โน้ตสำหรับเพลงบางเพลง
ที่ยังไม่ใช่บทเพลง

ฉันเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงนั้น

เสียงจากข้างใน
ถ้อยคำ และ ตัวโน้ต
ตัวโน้ต และ ถ้อยคำ
ที่ไม่มีใครอื่นได้ยิน

แต่เธอ...

ถ้อยคำไม่ปะติดปะต่อ จึงเป็นบทกวี
ตัวโน้ตจึงเป็นบทเพลง
เพราะ เธอ ได้ยิน


ในความเป็นเรา
คำว่า "เข้าใจ" ถูกละไว้บนพื้นที่ว่างแสนโดดเดี่ยว
เราเพียงแต่ "รู้"
คำอธิบายที่โลกอาจต้องการจึงไร้ที่ทาง


ทาง
เส้นทางห่างไกล
ไกลเกินสุดสายตาแม้บนถนนสายผูกพัน
 หากไม่ช้านาน ฤดูดอกไม้บานจะมาถึง
บรรดาดอกไม้จะคลี่แย้มในสวนเล็ก ๆ แห่งนี้
สวนในโลกใบเล็ก
บนโลกใบใหญ่
ซึ่งเป็นโลกใบเล็กในทางช้างเผือกแสนกว้างใหญ่
ทว่าคับแคบในเอกภพ

เธอ
จะกลับมาเล่านิทาน
ให้ฉันฟัง

 ถ้อยคำบางคำเพิ่งมาถึง
ฉันเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบกระซาบนั้น
เหลือบมองสมุดที่เต็มไปด้วยหน้ากระดาษว่างเปล่า
ดินสอที่เหลาไว้จนแหลม
ฉันหยิบมันขึ้นมา
ปรารถนาได้ยินเสียงเธอฮึมฮัมตัวโน้ตบางตัว
เพลงบางเพลง
ขณะฉันเขียนบทกวี
ขณะเรา
ติดตามบทเพลงบทใหม่ไปด้วยกัน






*



12.12.55

เก็บท้องฟ้าเอาไว้ มิใช่ดาวเดือน / December Sky



เย็นนี้ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส
ปุยเมฆขาวเบาบางเหมือนดอกฝ้ายบาน
หอมหวานดอกไม้ลอยระลอกอ่อนมากับสายลมโชย
โปรยปรายช่วงเวลารื่นรมย์ราวตกอยู่ในห้วงรัก


ค่ำคืนธันวาเนิ่นนานผ่านพ้น
หลังหลายมรสุมฤดูฝน หากบางความฝันยังคงอยู่ในฤดูหนาว
แม้ไม่คว้าเดือนดาว
ท้องฟ้านั้นกลับกลายเป็นของเรา


ความรักทำให้คนที่รักและสิ่งที่เรารักยิ่งใหญ่
เช่นนี้ เราจึงมองฟ้าและเดือนดาวที่อยู่ไกลสุดตา
ด้วยไม่อาจหาวัตถุสิ่งของใดมาเปรียบเทียบ


คืนวันเลยผ่าน ฟ้ายังคงอยู่
เพียงมองไปข้างบน
หรือข้างใน




ใช่แล้ว เย็นนี้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า
ริ้วเมฆมีใยบาง ๆ เหมือนแถบริบบิ้นผ้าแก้ว
แต่ปุยเมฆดอกฝ้ายอยู่ห่างเกินกว่าจะมัดเป็นช่อ
... และผูกริบบิ้น


เก็บท้องฟ้าเอาไว้ มิใช่เดือนดาว




ฉันเก็บท้องฟ้าไว้แล้ว


*



December Sky one evening , Bangkok, Thailand 


5.2.54

A Lazy Afternoon

Oil on canvas by Irene Sheri
1.

ยามบ่ายบิดขี้เกียจใต้แสงเจิดจ้าของแดดกุมภา

ผึ้งตัวเล็กค่อยๆดูดดื่มน้ำหวานจากกุหลาบดอกจ้อย

เถาอ่อนสายน้ำผึ้งทอดตัวอิงรั้วสีน้ำตาล

ขณะฉันทอดแขนบนเก้าอี้ยาวในสวน

บทสนทนาบางบทโดยสารสายลมโชยอ่อนมาเบาๆ

ทอดเงาบางๆ ของบางแก่นสาร

ยามบ่ายแสนเกียจคร้าน

ที่มีเรา

2.

ใครนะเก่งจัง นั่งหัวร่ออยู่ใต้เก้าอี้

ประเดี๋ยวก็คลานอยู่ใต้โต๊ะ เล่นได้เล่นดี เล่นแล้ว จะเล่นอีกสักกี่ที

คนตัวเล็กเด็กดี ดูซี่ โตขึ้นทุกวัน

รองเท้าคู่กะจิ๊ด คนตัวนิดสวมได้พอดี

นอนหลับได้ทุกที่ รู้ว่าบางทีก็ฝัน

ลืมตาตื่นเช้า ใครเล่าตื่นได้ฉับพลัน

ยิ้มรับแสงวันเต็มตา

สิ่งเล็กเล็ก คนตัวเล็กมองเห็น

ล้วนแล้วแต่เป็นของเล่น เป็นปริศนา

มีไว้ให้คว้ามา หัวร่อร่า ลืมเวลา เถอะผ่านไป

3.

ยามบ่ายแสนเกียจคร้านลาจาก

ฝากรอยยิ้ม ทิ้งฉันไว้กับยามเย็น

รังสีสายัณห์เคลือบฉาบ ฉันไขว่คว้าลีลาเนิบนาบของยามบ่าย

แดดเจือจาง สายลมโรยอ่อน

เงียบงัน ฉันง่วงงุน

นึกถึงเจ้าตัวน้อย

อยากผลอยหลับไปในเปลด้วยอีกคน



*

ภาพชื่อ Red Summer

23.1.54

เห็น เรา ไหมในสายลม (In a Sentimental Mood)






1.
ในสายลมยังมีคุณ
แสงแดดยังอบอุ่นต้นเดือนหนาว
ต้นไม้รื่นแล้งไม่ช้าผกาพราว
ปลอบโยนใจดวงร้าว เพียงครั้งคราวราวไร้ใคร
2.
วันนี้ในวันวาน
เวลาช้านานลอยเลื่อนเคลื่อนไหว
สายลมรำเพยเชยล้อช่อใบ
คล้ายคล้าย เราเห็นสายใยในสายลม
3.
บางเบา
พื้นที่ระหว่างเรา คละเคล้าหวานขม
หัวเราะเริงร่า หากบางคราซานซม
แก้เงื่อนผูกปม สองสายลมเรา
4.
ในสายลมมีฉัน
ระบายแสงฝันผ่านคืนวันอันเงียบเหงา
แต้มสีสวยสวย เติมความรุ่มรวยลงในสีเทา
ละลายสีแสงเช้า บันดาลแสงเงาลงบนผืนดิน
5.
สายลมที่นั่นมีที่ไหม
ใต้แสงสดใส มีดอกไม้หรือกรวดหิน
บนเส้นทาง มีภูติร้ายหรืออัศวิน
ท่วงทำนองเพลงที่ได้ยิน เป็นเช่นไร
6.
ในสายลม คุณเห็นเราหรือเปล่า
ลืมตาตื่นเช้า คุณเห็นเราไหม
ภายนอกอ้างว้าง แล้วสายลมที่ข้างใน ?
คุณเห็นเราที่นั่นไหม
ในสายลม







1.9.53

แสงแรก First Light of Day



























ใครนะมาเยี่ยมบ้านตั้งแต่รุ่งสาง
ยามแสงแรกโรยละอองอ่อนลงแตะต้องผืนโลกแผ่วเบา
ฤดูกาลปลิดดอกชมพูตะเบบูญ่าร่วงหล่นลงตั้งแต่ปลายกุมภา
หากช่อน้อยดอกปีบยังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ
มะลิซ้อนพรูพรั่ง ขาวเปล่งปลั่งไม่ลาโรยใต้โปรยฝอยฝนวสันตฤดู
รับรู้การเยี่ยมเยียนและผ่านผันของลมเช้า


ใครกัน มาเยี่ยมบ้านตั้งแต่เช้า ขณะดวงดาวคล้อยละฟากฟ้า ...
ขณะแสงอุษาจุมพิตหยดน้ำค้างบนยอดหญ้า ... อ่อนโยน
เธอพกพาสิ่งใดมาด้วยหรือ
ความรัก ความชัง
แค้นคลั่ง อาดูร
หรือเพียงความเวิ้งว่างภายในของผู้ไร้รวงรัง


สวนนี้ไม่มีหรอกดอกมะลิลา
สนามหญ้าหนานุ่มรอรองรับเท้าเปลือยเปล่าของใครหรือ
กี่คนเล่าปรารถนาสัมผัสแนบสนิทผืนดิน
ที่ไม่เคยสั่นคลอน แม้ความตาย
ณ ใต้ร่มตะเบบูญ่านี้


พวงกุหลาบเลื้อยส่งกลิ่นอุ่น
ยามอรุณส่งรังสีเจิดจ้าขึ้นเรื่อยเรื่อย
คอยคนปลูกมาชมงาม ชื่นหอมนิรันดร์ของเธอ


ประตูเปิดแล้ว
แสงนอกสาดรังสีเหลืองประกายแสด เข้าอาบอุ่นห้องขาวหนาวเย็น
... และเธอ
ย่างก้าวเท้าเพรียวลงบนเรียวหญ้าหนานุ่ม
ชุ่มชื่นหลากสีธรรมชาติรอบกาย
กลมกลืนคล้ายมลายหายท่ามทั้งหลายที่รอคอย
และรอยเท้าคู่นั้น ...


~

โดย มนุษย์

และรอยเท้าคู่นั้น..

อรุณทอแสงเป็นเส้นรุ้งทอดผ่าน
ดวงตามืดบอดบอบช้ำ
ย่ำเดินย่องโดดแดดิ้นราวเด็กน้อย
ยามดอกรักโปรยปรายดั่งสายฝน
ตัดเสี้ยวตะวันทิศตะวันออกเมื่อ
สักครู่หนึ่ง เพียงชั่วครั้ง
และไม่อาจรับรู้ถึงอดีตกาลของวันพรุ่ง
ฉันซุกตัวใต้อ้อมกอดเงาไม้
เพื่อถ่ายเทความงามสู่โลก
และฝากรอยเท้าคู่นั้นสลับ
เรียงรายราวร่องรอยรักร้าง
ปนเปไปกับดินทราย
สูดแสงจันทร์ยามค่ำแทนอากาศบริสุทธิ์
ละเลียดความฉ่ำบานของกุหลาบไร้กลีบ
ย่ำเท้า ย่ำเท้า
เพื่อให้รอยเท้าคู่นั้น
เป็นความทรงจำที่สถิต
อยู่ในความทรงจำของรอยเท้า
คู่นั้น.

*

"มนุษย์"เขียนดีจนต้องนำขึ้นมาจากข้างล่าง
ขอบคุณค่ะ

10.8.53

ดวงตาคู่นั้นเป็นที่เก็บดวงดาว Where Two Stars were Kept


ดวงตาคู่นั้นเป็นที่เก็บดาวสองดวง

หลับตาเสียเถิด เสียงท่านผู้เฒ่าร้องบอก
ฟ้าโรยกำมะหยี่สีดำลงห่มบ้านเราแล้ว

เธอปิดเปลือกตา ดวงดาวลับหาย


เปลือกตาปิดสนิท
กระนั้นน้ำเอ่อท้นจากทะเลใน
ล้นรินจากเปลือกตาที่ปิดสนิท

เธอพึมพำบอกตนเอง
น้ำตาไม่ใช่ของฉัน
หากเป็นน้ำตาดวงดาว


แว่วเสียงผู้อาวุโสร้องบอก
ไปเถิดทหาร อย่าลืมปืนคู่มือและบรรดาอาวุธคู่กายเจ้า
รีบไปเสียก่อนที่ประตูเมืองจะปิดตาย

...
ชายหนุ่มดุ่มเดิน เงยหน้ามองฟ้าสีดำ
รัตติกาลกำลังทำหน้าที่ของมัน
ผู้คนเอนกายลงหลับนอน
เขาออกเดินทาง
 
คืนนี้เป็นคืนแรม
  ยิ่งฟ้ามืดเท่าไร ...
ดาวประจำเมืองยิ่งเจิดจ้าขึ้นเท่านั้น
แสงดาวสั่นพร่าเพราะหยดหยาดน้ำตาที่บ่าไหล
เขาเดินออกจากเมือง ทิ้งประตูที่ลั่นดาลไว้เบื้องหลัง


...


หญิงสาวลืมตาตื่นเพียงยินเสียงขันแรกของไก่บ้าน
เธอกระวีกระวาดออกสู่นอกชาน
ทอดสายตามองสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่เขาปลูกไว้

ดวงตาคู่นั้นกลายเป็นที่เก็บแปลงดอกไม้


ประตูเมืองปิด เปลือกตาพริ้มสนิท
เธอปิดเปลือกตาทุกคราราตรีมาเยือน
และลืมตาตื่นเพียงยินเสียงไก่ขันครั้งแรกในยามอรุณ.


*







13.3.53

เกล็ดตะวันในแววตา โลกเล็ก ๆ




















painting by Jenette le Grue



๑. เกล็ดตะวันในแววตา


ค่ำจูงมือพาไปในแสงค่ำ
ขวัญดื่มด่ำมนตราภาษาขวัญ
จันทร์แว่วขลุ่ยเอื้อนอ่อนอ้อนคำจันทร์
เยาว์เพลงฝันดึกดื่นคืนยังเยาว์


มือหนึ่งในอีกมือ
ไม่ผิดตัวหนังสือ-กระดาษเปล่า
เจ้าเอย ... เคยคว้างระหว่างเงา
กระดาษเหงาน้ำหมึกว้างสร้างรวงรัง


จึงได้เกิดเรื่องราวได้เล่าไว้
กำหนดใจชื่อตอนเผื่อย้อนหลัง
เบิกโรงอ้อยสร้อยน้อยกำลัง
ทะเลในคงยังขังน้ำตา


ต่างเอื้อมคว้าตัวโน้ตบนโขดเมฆ
ดั่งโดนเสกลอยล่องผ่านฟองฟ้า
เกี่ยวก้อย คอยเก็บเกล็ดทิวา
เพื่อวางไว้ ในดวงตา ข อ ง อี ก ค น




*

10.3.53

ตรึงตราสายัณห์ (A Quiet Conversation To The Fool On The Hill)




















ภาพโดย Jose a Gallego


ริมฝั่งแม่น้ำน้อยยามสายัณห์ ฉันสนทนากับคนบนภูเขา

ด้วยถ้อยคำปราศจากเสียง

คุยกันยาว ... คุยกันนาน


เราจับตาจ้องมองดวงตะวันลอยต่ำ

ผกายทองคำอาบน้ำ อาบฟ้า

สายัณห์ละลายเสี้ยวแสงส้มเรื่อ เจือชมพูกุหลาบ

ทิ้งภาพการจากพรากเพียงชั่วยามอย่างตรึงตรา


..

มกราคม

เรือน้อยคล้อยเคลื่อนสู่เรือนริมฝั่ง

รวงรังยังรอคอย

แม้คนพายมองไม่เห็น

หากดวงใจตระหนักรู้


ผีเสื้อขยับปีก เกิดกระแสลม

โลกใบใหญ่หมุนไป และ หมุนไป

ฉันนั่งมองโลกเล็ก ๆ ของฉัน ... หมุน ...


...บัทเทอร์ฟลาย เอฟเฟคท์ ยังวนเวียนในห้วงคำนึง

อา ... การกระพือปีกของผีเสื้อ ~


*
.