Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปลือกหอยบนหาดทราย Seashells on The Shore แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปลือกหอยบนหาดทราย Seashells on The Shore แสดงบทความทั้งหมด

5.11.57

ร้าว (กาพย์ฉบัง ๑๖) / Fractured


Painting by Joquim Sorolla


ราวเรือลอยเลียบเทียบท่า
น้ำตกจากฟ้า
ทมึน เมฆลบกลบดาว

แรมร่วงลงทะเลราว
แสงโลกวับวาว
 กลืนหายไปในสีดำ

อาจใครตะโกนบางคำ
 พร่ำพูดบางคำ
พายุหอบไปไร้ผล

ราวโลกปราศจากผู้คน
เมื่อไม่ยินยล
เรือจึงเผชิญคลื่นแรง

บทเรียนเก่าก่อนแสนแพง
 บ้างว่าไม่แพง
ต่างเปรียบกับเรือหนึ่งลำ


*







12.1.57

สาวชาวสวนกับนกฮัมมิ่งเบิร์ด 3 / The Young Gardener and a Hummingbird 3


Jean Babtiste Greuze, Head of a Young Woman, mid 1770's oil on canvas
ตอน 1     http://jasminemoment.blogspot.com/2013/12/young-gardener-and-hummingbird.html
ตอน 2     http://jasminemoment.blogspot.com/2013/12/2-young-gardener-and-hummingbird-2.html


3.

แม้ในความเป็นจริงยายหลานไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก
ทางออกย่อมมีอยู่เสมอเพียงแสวงหา
หากยายผู้ชรายืนยันว่าปรารถนาจะหลับตาตายอย่างสงบในบ้านหลังนี้
คำอ้อนวอนจึงถูกเก็บกลืนไว้ในห้วงลึก
หญิงสาวได้แต่ปรนนิบัติยายอย่างดีที่สุดเท่าที่เธอทำได้
ความห่วงใยที่มีต่อยายผู้นอนหายใจรวยระรินอยู่ต่อหน้า
ไม่ได้เบียดบังช่วงเวลาที่เธอพะวักพะวงถึงนกน้อยเพื่อนยาก
อา ความห่วงใย ไม่อาจเว้นไว้เสียจากผู้ที่มองไม่เห็น


เงินทองที่เก็บออมได้นั้นมีไม่น้อย
หากมิใช่เพราะฮัมมิ่งเบิร์ด หมู่ผึ้งตัวเล็ก ๆ และผีเสื้อ
สวนแห่งนี้คงไม่มีดอกไม้หายาก
ดอกไม้ที่มีสีต่างออกไป สีบนดอกไม้ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนย่อมเป็นที่ต้องการ
ดอกไม้เหล่านั้นเดินทางทั้งใกล้และไกลไม่เหมือนเธอ


ยายเคยพูดถึงแสงสีขาว ยายบอกเธอว่าแสงสีขาวเกิดจากสีทุกสีรวมกัน
แสงสีขาวแทนความรักบริสุทธิ์
ในความบริสุทธิ์นั้นรวมทุกสีเข้าไว้ด้วยกัน
แม่สีทั้งสาม และสีที่อยู่ระหว่างนั้น
ชีวิตของเธอกับยายมีเกินอยู่เกินกินก็เพราะสีที่ผสมกันขึ้นมา
สีบนดอกไม้ที่สีเหล่านั้นไม่เคยอยู่มาก่อน


ฮัมมิ่งเบิร์ดยังคงผสมเกสรดอกไม้เพื่อหญิงสาว
มันจึงต้องดูดกินน้ำรสขมจากดอกไม้ที่น้ำตาหญิงสาวหลั่งรด
น้ำพิษทำให้มันอ่อนแรงลงทุกวัน กระนั้นยังฝืนทน
นกน้อยลอบทำงานได้ไม่ยาก
หญิงสาวจะออกมาในสวนเฉพาะยามเช้าและยามเย็น
เมื่อรดน้ำต้นไม้ เธอได้อยู่กับตนเอง
เธอจึงร้องไห้ได้อย่างเสรี
น้ำตาที่กลั้นเก็บไว้ข้างในมีมากจนล้นออกมาไม่มีหมด
ทุกครั้งที่ฮัมมิ่งเบิร์ดแอบเห็นหญิงสาวร้องไห้ มันก็ร้องไห้ไปกับเธอด้วย
น้ำพิษที่มันดูดกินจึงถูกปลดปล่อยออกมา
ทั้งสองร้องไห้เพื่อประทังชีวิตไปวัน ๆ


เช่นเดียวกับหญิงสาวทำเพื่อยาย
ฮัมมิ่งเบิร์ดทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อเธอ
มันได้แต่หวังว่าปาฏิหารย์จะมีจริง


ปาฏิหารย์ไม่มีอยู่จริง !

เช้าวันนี้ขณะหญิงสาวกำลังรดต้นไม้ นกน้อยที่แอบมองก็หล่นร่วงลงบนผืนหญ้า
หญิงสาวผวาเข้าไปช้อนมันขึ้นมาแล้วพามันเข้าไปในบ้าน
เธอห่อร่างน้อยไว้ในผ้านุ่ม ๆ ที่อบอุ่น
ไม่ถามไม่พูดคำใด ได้แต่ทำเสียงปลอบประโลมที่ไม่ใช่ถ้อยคำ
 เธอเหยาะเกลือลงในน้ำเพื่อให้แร่ธาตุ ผสมน้ำหวานเป็นกลูโคสเพื่อให้กำลัง
นกน้อยพยายามดูดกินเพื่อให้เธอคลายใจ
มันมีความสุขที่ได้อยู่ในอุ้งมือเธอ ดูดกินน้ำหวานจากช้อนที่เธอป้อนให้

หญิงสาวหยิบตะกร้าถักใบเล็ก ๆ วางมันลงไป แล้วพาเข้าไปในห้อง
บอกกล่าวกับยายว่า
 "นกน้อยไม่ยอมไปไหน ยังผสมสีใหม่ ๆ ดั่งจิตรกรป้ายพู่กันจุ่มสีลงบนดอกไม้
หนูเห็นดอกไม้สีแปลก ๆ ใหม่ ๆ ในสวนของเรา
ตอนนี้มันป่วยหนัก หนูขอนำมันมาพักอยู่ด้วยกัน"

"ยายรู้ว่าหนูแอบไปร้องไห้สงสารยายทุกวัน
ยายรู้ ว่าหนูรดน้ำต้นไม้ไปร้องไห้ไป
ยายทำให้หลานตรอมใจ
และนกน้อยตัวนี้ก็ตรอมใจไม่ผิดกัน"

"ไม่ใช่ยายหรอก แต่เป็นความไข้"

"หลานเอ๋ย โรคเรื้อรังที่ยายเป็นไม่อาจรักษา
หากเป็นหมอเทวดาก็ต้องมีปีก"

ดวงตาหญิงสาวเต็มไปด้วยคำถาม

"อย่าตั้งความหวัง สิ่งที่จะช่วยยายได้นั้น มีเพียงคนเดียวที่เคยนำมันมารักษาคนจนหาย
แต่ชายคนนั้นตายจากไปนานแล้ว"

"ยาขนานใดจะช่วยยายได้"

"น้ำหวานจากเกสรดอกไม้บนผาหินปูนสูงลิบลิ่ว ยอดเขาที่มีนามว่าความหวัง
นอกจากเขาผู้ตายจากยังไม่มีใครอื่นเดินเท้าไปถึง"

นกน้อยฮัมมิ่งเบิร์ดฟังคำยายเล่าและจดจำไว้ขึ้นใจ
บางที
ปาฎิหารย์อาจมีอยู่จริง


อาหารที่หญิงสาวป้อนให้ยายด้วยความรัก ช่วยยายไม่ได้
แต่น้ำหวานที่เธอป้อนฮัมมิ่งเบิร์ดด้วยความรัก ช่วยมันได้
"เจ้าแข็งแรงขึ้นเมื่อไร ควรจะบินไปหาน้ำหวานจากที่อื่น เพื่อวันหนึ่งที่ไม่รู้เมื่อไร
เราจะได้พบกันอีก"
นกน้อยรักษาตัวอยู่ที่บ้านสาวชาวสวนจนแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ
จนวันหนึ่ง
มันออกบินไกล ไปอย่างมีทิศทาง
ไป เพื่อจะกลับมา




แล้วมันก็กลับมา
ลบล้างความตรอมตรมที่ห่มคลุมคนในบ้าน
น้ำหวานจากดอกไม้บนผาหินปูนบนยอดเขาแห่งความหวัง ยังเยียวยารักษามันด้วย
ฮัมมิ่งเบิร์ด หญิงสาวและยายไม่ได้เป็นเพียงสามชีวิตที่เชื่อว่า...
ปาฎิหารย์มีอยู่จริง
หากเช่นเดียวกับผู้คนนับไม่ถ้วนบนดาวเคราะห์สีฟ้าดวงนี้
และคนที่สร้าง "คำ" ว่า "ปาฏิหารย์" ขึ้นมาบนโลก
คำที่ถูกจารึกไว้ในพจนานุกรม


...

ทุกวันนี้ลูกหลานฮัมมิ่งเบิร์ดน้อยยังคงผสมสีจากเกสร
เพื่อชาวสวนดอกไม้และผลไม้ที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง
เช่นเดียวกับฮัมมิ่งเบิร์ดตัวนั้น
ที่ยังคงผสมเกสรดอกไม้ให้สาวชาวสวน
อย่างน้อยก็ในความทรงจำ


*






20.12.56

สาวชาวสวนกับนกฮัมมิ่งเบิร์ด 2 / The Young Gardener and a Hummingbird 2

Oil on canvas by Mary Cassatt (1844 - 1926)


ทุกเช้าคราวเปลือกตาเผยอเปิด
ความไร้เดียงสาของสาวชาวสวนถูกบดขยี้ด้วยความหวาดหวั่น
ดวงตะวันอยู่ข้างนอก  ไกลแสนไกล
ไม่ใช่ในห้องหับอับทึบของยายหลาน
แสงเช้าเฉยชาต่อทุกข์ทรมาน
เธอสั่นสะท้านจากข้างใน
ม่านสีขาวส่ายไหวในแสงสาง
ละม้ายภูติวิญญาณเคลื่อนไหว
บ้านคล้ายต้องมนต์ดำคำสาป
ก่อนขบวนมัจจุราชจักมาถึง

ลมหายใจยายผู้เจ็บหนักส่งกลิ่นอายสิ้นหวัง 
สายลมจากสวนไม่อาจกลบลบ 
ไม่ช้านาน อวสานคงมาถึง 
น้ำตาพรั่งพรูที่รินลงสู่แปลงดอกไม้ เต็มไปด้วยพิษร้ายแห่งทุกข์ระทม 
เปรียบน้ำร้อนพรูพรมหลั่งรดผืนดิน ไม้ดอกดื่มกินโหยกระหาย

ฮัมมิ่งเบิร์ดหงอยเหงาเฝ้าเป็นเพื่อน
ฝืนดูดน้ำหวานจากธารเกสรรสขม
หยดเศร้าหยดเดียวซึมซาบ
ความโศกอาบดวงใจ 
นกน้อยใกล้ตาย

หายใจแผ่ว ๆ ในอุ้งมือ
สาวชาวสวนพามันเข้าไปในครัว จ่อช้อนป้อนน้ำเชื่อมให้ดูดกิน
หวังให้มีกำลังบินไกล

อุ้งมือป้องบังขณะพานกน้อยกลับออกไปในสวน
"บินเถิด บินไป ยังหนแห่งที่มีน้ำหวานอุดม
ฉันต้องอยู่ดูแลยายผู้ทรุดซม
ไม่อาจทิ้งบ้านไป"

ฮัมมิ่งเบิร์ดร้องเพลง วังเวงด้วยอาลัย
"รักเราเนิ่นนาน
ผ่านหลายฤดูกาลไม่สิ้นสุด
แม้โดดเดี่ยวระหว่างทาง
ชีวิตอ้างวางจักดำรง
เพื่อจดจำเธอไว้
ไม่ลืมเลือน"

ฮัมมิ่งเบิร์ดไม่ได้บินไกลหากหลบอยู่ในสวนผลไม้
ซ่อนแฝงตัวไว้ จากความห่วงใยของเธอ



Hummingbird in its nest




*

14.12.56

สาวชาวสวนกับนกฮัมมิ่งเบิร์ด 1 / The Young Gardener and a Hummingbird 1






เด็กหญิงชาวสวนเติบโตมากับนกฮัมมิ่งเบิร์ด นกตัวเล็กที่สุดในโลก
 เธอชอบฟังเสียงฮัมหึ่ง ๆ ยามอยู่ใกล้
ช่างโชคดีเสียจริง จะมีใครสักกี่คนได้เข้าใกล้จนได้ยินเสียงหึ่ง ๆ จากปีกของมันเหมือนอย่างเธอ
บางคนเรียกมันว่านกผึ้ง ไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ยินเสียงหึ่ง ๆ นั่นหรอก
แต่เป็นเพราะมันดูดดื่มน้ำหวานของดอกไม้เหมือนผึ้งและผีเสื้อ
ฮัมมิ่งเยิร์ดชอบดอกไม้ที่มีสีแดงผสมอยู่ด้วย ชมพู ม่วง ส้ม
สีดึงดูดพวกมัน ไม่ใช่กลิ่น
ดอกไม้สีขาวและสีซีด ๆ ที่มีกลิ่นหอมจรุงใจไม่ดึงดูดฮัมมิ่งเบิร์ด
ฮัมมิ่งเบิร์ดไม่ใช่ศัตรูของชาวสวน มันช่วยผสมเกสร
เกิดผลแอ้ปเปิ้ล พลัม พีช ส้ม มะนาว ทำให้ได้ดอกไม้สีใหม่ ๆ แปลกตา
โดยไม่กัดกินกลีบหรือเกสรดอกไม้


เด็กหญิงเห็นตะวันขึ้นและตก
เธอเห็นจันทร์คืนเพ็ญ
เห็นดาวกระพริบระยิบระยับต้อนรับการมาถึงของคืนแรม

เวลาเคลื่อนคล้อย
เด็กหญิงตัวน้อยต้อยตามเวลาเติบโตมาเป็นสาวชาวสวน

...

กลางกรกฎา
ดาวพฤหัสยังคงเป็นดาวเคราะห์สุกสว่างที่สุดบนท้องฟ้า
จูปีเตอร์ดูเหมือนไต่ท้องฟ้าสูงขึ้น ๆ ทุกคืน
สุกสว่างจนหลายคนคิดว่ากำลังมองดาวศุกร์ ดวงดาวแห่งความรัก 
หารู้ไม่ว่าในขณะนี้ เธอผู้มีนามวีนัสคือดาวประกายพรึกเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณ 
สิงหาย่างก้าวมาถึงเมื่อไร ดาวแห่งความรักจึงจักครรไล กลายเป็นราชินีแห่งยามสายัณห์


 โลกเต็มไปด้วยความกังวล ชะตากรรมเลวร้าย 
ความวิปโยคครอบคลุมไปทั่ว
 กี่คนจะรู้ว่าดาวพฤหัสเป็นดาวแห่งความหวัง 
ยิ่งเมื่อสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากบนโลก 
ยิ่งบ่งบอกว่าบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี 
ยายผู้ใช้เวลาระหว่างค่ำคืนเฝ้าสังเกตการโคจรของเหล่าดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์
 ถ่ายทอดเรื่องราวอันมีมนต์ขลังนี้กับเธอมาตั้งแต่เธอยังเด็ก
สาวน้อยเชื่อว่าท่ามกลางความน่าสะพรึงกลัวที่เย็นเยียบนี้ 
ในไม่ช้า จะมีบางเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนได้แย้มยิ้ม
แต่ ...
 เวลานี้ ยายผู้เป็นที่รักป่วยหนักจนไม่อาจลุกจากเตียง
โลกใบเล็ก ๆ ของสาวชาวสวนจึงหม่นมัว
เธอได้แต่วนเวียนเฝ้าไข้ ซ่อนความโศกเศร้าวิตกไว้ภายใต้รอยยิ้ม 
น้ำตามีไว้หยาดหยดรดแปลงดอกไม้ในสวน 
สาวน้อยหลบออกมาร้องไห้เพราะเป็นห่วงยายทุกวัน 
ไม่มีใครรู้หรอก มีแต่นกน้อยตัวนั้น
นกน้อยตัวกระจ้อยร่อย ฮั ม มิ่ ง เ บิ ร์ ด เพื่อนจากวัยเยาว์






 ~




28.11.55

ง่าย กลับ ยาก / Too Easy Too Hard



จำเป็นหรือเปล่าที่เราต้องพูดถึงสิ่งที่ใครต่อใครพูดถึง
จำเป็นไหมที่เราต้องเห็นพ้องเพื่อแสดงตนในวงสนทนา
หรือโต้แย้งเพื่อสร้างสีสันให้กับการพูดคุย


มันง่ายกว่าและปลอดภัยกว่าไม่ใช่หรือที่เราจะยึดถือมาตรฐานของตนเป็นที่ตั้ง
โดยเฉพาะเมื่อมาตรฐานของเรานั้นเป็นมาตรฐานเดียวกับคนส่วนใหญ่
เราใช้มาตรฐานนั้นอธิบายบางเรื่อง บางสิ่ง หรือบางคน
คำอธิบายที่กลายพันธุ์เป็นคำพิพากษาในวินาทีที่คนส่วนใหญ่พยักเพยิด


เราถอยออกมาเพื่อมอง
เรามองเพื่อเห็น
ชายบนยอดเขามองลงมายังแผ่นดินกว้างใหญ่เบื้องล่าง เขามองไปรอบ ๆ
เรา คนข้างล่างถอยออกมาเพื่อมองภูเขา
ด้วยเรารู้ว่า ณ ที่นั้น สิ่งที่เห็นเป็นเพียงพื้นลาดชัน
ที่ซึ่งเราจะก้มมองก็ต่อเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเดินขึ้นเขาไป


มันยากกว่าและอันตรายกว่าไม่ใช่หรือที่เราไม่ยึดถือมาตรฐานของตนเองเป็นที่ตั้ง
โดยเฉพาะเมื่อมาตรฐานของเราต่างจากคนส่วนใหญ่
ไม่จำเป็นที่เราจะต้องพูดถึงสิ่งที่คนส่วนใหญ่กำลังพูดถึง
ไม่จำเป็นหรอกที่เราจะต้องเห็นพ้องหรือโต้แย้งเพื่อเพิ่มรสชาติ
ไม่จำเป็นอย่างแน่นอนที่เราจะต้องอธิบายบางเรื่อง บางสิ่ง หรือบางคน
แม้ บางเรื่อง บางสิ่ง เป็นของเรา
และบางคนนั้น คือเราเอง
ไม่จำเป็นต้องอธิบายสิ่งที่ใครต่อใครอธิบายแทนเราแล้ว ไม่ว่าใช่หรือไม่ใช่
การตัดสินได้สิ้นสุดลงเมื่อคณะลูกขุนพยักหน้าเห็นชอบ

สำหรับฉัน บางความง่ายมันยากเกินไป


*




หนึ่งเปลือกหอยบนหาดทราย ท่ามอนันตเม็ดทรายแห่งความจริง

*



28.10.55

ปาฏิหารย์ บทเกริ่น / Miracle; Preface


พุดซ้อนหลังฝน Gardenia Jasmine after the rain by Jasmine


เวลา ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง
เวลา เป็นของเราทุกคน
เช่นเดียวกับปาฏิหารย์

*


ช่วงเวลาของคนสองคน เป็นของคนสองคน
ไม่มากไปกว่านั้น
และไม่เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง

จังหวะเวลาที่พอดีของการพบเจอ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดาย
ไม่เกิดขึ้นมากมาย
รายรอบบนเส้นทางของบางคน บางครั้งเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นเลย
ช่วงจังหวะที่พอดีนี้ คือช่วงเวลาที่ฉันเรียกว่า ปาฏิหารย์


ปาฏิหารย์ไม่เกิดขึ้นซ้ำซาก
เกิดขึ้นในพริบตา
และสิ้นสุดลงในพริบตาเช่นกัน
กระนั้นอาจส่งผลให้เกิดปาฎิหารย์ใหญ่น้อยครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเกิดปาฏิหารย์ จันทร์ดาวไม่ได้ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
กลับรู้สึกว่ามันเข้ามาอยู่ข้างใน
จันทร์เปล่งประกาย ดาวฉายแสงกระพริบ
ระยิบระยับ งามจับใจ
เราเขียนบทกวี
ชีวิต เฉกเช่นดอกไม้คลี่กลีบแย้มบาน
ได้หอมหวานผ่านลมหายใจ มีพลังแม้ยามเมฆฝนหน่วงหนัก


วินาทีที่พบเจอ
อาจจุดกำเนิดสัมพันธภาพ นามธรรมที่เรียกว่าความรัก
ผู้ทำความรู้จัก ตระหนักรู้ว่าปาฏิหารย์ได้บังเกิดขึ้นแล้ว
แม้เล็กน้อยเพียงใด
ย่อมให้คุณค่า
และรักษาไว้

 ..

ผู้ไม่รู้จักเรียกว่าความบังเอิญ ปล่อยให้เลยผ่าน
ไม่มีหรอกจิตวิญญาณ จึงเหมือนไม่ได้พบพาน
ปาฏิหารย์ไม่ปรากฏในพจนานุกรมชีวิต



*


เรา ยังคงเฝ้ามองฟากฟ้าตะวันออกในยามเช้า
เรา ยังหันหน้าสู่ฟากฟ้าตะวันตก ดื่มด่ำแสงสุดท้ายของวัน
สดับฟังความเงียบ
ตอบรับการทักทายและอำลาจากดวงตะวัน

เรายังเห็น
และได้ยิน
ปาฏิหารย์ที่เกิดขึ้นต่อหน้า
อยู่ไหม



 

พุดซ้อน / Gardenia Jasmine by Jasmine




*


หนึ่งเปลือกหอยบนหาดทรายท่ามอนันตเม็ดทรายแห่งความจริง

20.10.55

ลูกหมาสีน้ำตาลหน้าร้านหนังสือ / Never say goodbye

อลิซ ถ่ายรูปไว้หลายปีก่อน

งันเงียบเฉียบชา เงี่ยฟังเสียงวงล้อรัตติกาลเคลื่อนผ่าน เนิบช้า
หมาป่วยตื่นมามองหาเจ้าของ
สายตาพบกัน พลันยินเสียงเรียกผ่านแววตา
โหยหารสสัมผัสและน้ำเสียงปลอบโยนที่คุ้นชิน
สองสามนาทีระหว่างสนองตอบ
อาการเหนื่อยหอบค่อยทุเลา
หมาแก่สีน้ำตาลก็หลับลงอีกครั้ง


ลูกหมาสีน้ำตาลหน้าร้านหนังสือ
ตัวเล็กที่สุดในจำนวนลูกหมาแปดตัว
บอบบางปวกเปียก
ตะเกียกตะกายไม่ถึงนมแม่
หมาข้างถนนที่อ่อนแอ ยากที่จะเอาตัวรอด
มันอาจตายในไม่ช้า มันอาจตายพรุ่งนี้
ชี้ชัดอัดแน่นลงในความรู้สึกของฉัน
เมื่อหัวใจนำทาง เหตุผลก็เป็นอันตกไป
ฉันอุ้มมันขึ้นรถให้มันนอนอยู่ในอุ้งมือ
ถึงบ้านแล้ว ฉันใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว ชงนมให้มันกินจากขวดที่ซื้อมาจากคลีนิคของสัตวแพทย์
ดูแลมันอย่างดี
ตั้งชื่อมันว่าอลิซ
โยนความรับผิดชอบให้คนอื่น ๆ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และเมื่อไกลห่าง


ฉันคงไม่ได้พบเจอความตายเร็วกว่าใคร ๆ 
แม้ฉันมักพูดเช่นนั้น
ฉันคงไม่ได้พบเจอความตายก่อนวัยวันเพียงคนเดียว
 ฉันคงไม่ได้พบเจอความตายบ่อยกว่าใคร ๆ 
แม้ฉันคิดเช่นนั้น
ความตายทำให้รู้สึกเหมือนตัวเล็กนิดเดียว
ทั้งที่อยากรู้สึกว่าตัวใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น
ขณะรบรับขับเคี่ยวกับความเจ็บป่วยและความตาย
กระนั้น
ไม่มีทางวางมือ 
ทำสิ่งที่ต้องทำให้ดีที่สุดแม้หดหู่
เพื่อชีวิตหนึ่งในโลกใบเล็กของฉัน
ไม่อาจลืมรสชาติขื่นขมคราวเสียใจ
เมื่อชีวิตหนึ่งจากไป
อย่างเดียวดาย


ทุกครั้งที่กล่าวลา ฉันตายไปทีละน้อย
ฉันจึงไม่กล่าวคำลา
อย่าต่อว่ากันเลย
บางที ฉันอาจบอกว่า
จนกว่าเราจะพบกัน
ฉันคงพูดได้เพียงเท่านั้น


*

Every time we say goodbye, I die a little.


*

ภาพล่าสุดตอนไม่สบาย


Never say goodbye.

อลิซ หมาแก่ที่เคยเป็นลูกหมาสีน้ำตาลหน้าร้านหนังสือ จากไปแล้ว
1/11/2012
เที่ยงคืนเมื่อวานหอบหนัก ๆ หยุดสักพักก็หอบอีก
มองหน้าจัสกับประตูตลอด เสียงรถผ่านก็ชะเง้อคอคอยเจดี
เจดีกลับมา เรานั่งอยู่ด้วยกันกับอลิซ เธอหลับแล้วเจดีก็ไปห้อง
ตื่นมาตอนเช้า มองตัวเธอก่อนเลย แต่เธอนอนนิ่ง อลิซไม่หายใจแล้ว
จัสไม่บอกลา
บอกว่าแล้วเจอกันนะอลิซ

http://www.youtube.com/watch?v=E2j-frfK-yg

แล้วเจอกัน


*


7.9.55

ใจ



หัวใจคน บรรจุความรักได้มากน้อยสักเพียงใด

ใครเล่าจักตั้งคำถาม มีน้ำมากน้อยเท่าไรในทะเล

เมื่อเรือออกจากท่าล่องไป


ใต้ผืนฟ้า เหนือผืนน้ำเวิ้งว้างกว้างใหญ่

สายตาใครหรือจักมองเห็นขอบเขต

แม้แผ่นดินปลายทาง

จากกลางมหาสมุทร


มองไป ไกลเท่าที่สายตาสามารถมองถึง

ณ ที่ซึ่ง ...

ขอบฟ้า สัมผัส ขอบน้ำ

สิ่งที่ตาเห็น กลับเป็นเพียงมายาภาพ

ขณะสิ่งที่มองไม่เห็นยืนยัน 

ขอบฟ้าและขอบน้ำ ไม่เคยสัมผัส


หัวใจคนบรรจุความชังได้สักเท่าไร

ใจที่รู้จักรัก ไฉนสามารถทำความรู้จักกับความชัง

ความรักกับความชัง มีกำลังเท่ากันไหม

สองสิ่งหมุนโลกไปในทิศทางใด

หรือมันไม่สำคัญ




 2.


โลก

ไม่ได้ชื่นชอบใครเป็นพิเศษ

เฉพาะคนชื่นชอบโลกเป็นพิเศษเท่านั้น ที่รู้สึกว่าตนเป็นที่ชื่นชอบของโลก

เช่นเดียวกับความรัก


โลก ไม่ได้เป็นของเรา

เราต่างหากที่เป็นของโลก

เช่นเดียวกับความรัก

เช่นเดียวกับความฝัน

เช่นเดียวกับความหวัง


เช่นเดียวกับชีวิต

ที่วันหนึ่ง

ความตายจะเรียกคืน




*


22.6.55

ช่องว่างและช่วงเวลา Space and Time



แปลกไหม
ฉับพลัน ฉันตระหนักว่า
วันหนึ่ง เราทุกคนจะหายไป

เราหายไป อาจเพื่อไปปรากฏในที่อีกแห่งหนึ่ง
ไม่มีใครอยู่สองที่ได้ในเวลาเดียวกัน
ที่แห่งใหม่อาจเชื่อมโยง หรือไม่เชื่อมโยง กับที่ที่เราเคยอยู่
เราอาจหายไปอย่างมีเงื่อนไข หรือไม่มีเงื่อนไข
อาจอะลุ่มอล่วย หรือเบ็ดเสร็จเด็ดขาด


การหายไปของเรา แม้ไม่ปริปากกล่าวคำ
แต่คือการอำลาจากความจริงหนึ่ง สู่ความจริงอีกอย่างหนึ่ง
อาจจากความจริงหนึ่ง สู่ความฝันที่เป็นจริง


เราไม่ร่ำลาอาจเพราะเราจดจ่อกับปัจจุบัน
มุ่งมั่นทักทายใครบางคนที่เฉพาะเจาะจง
และบอกกล่าวอย่างเฉพาะเจาะจง


เราอาจเดินไปด้วยกันกับใครอีกคน
อาจเดินไปด้วยกันอีกนาน
อาจจนกว่าใครคนใดคนหนึ่ง จะหยุดหายใจ
เหมือนที่ใครคนหนึ่งหยุดหายใจในเดือนมิถุนา ...


ฉันตั้งใจว่าจะหยุดพูดถึงความเศร้านี้แล้ว
แต่ดูฉันซี


ใครคนหนึ่งจากไปก่อนเวลาหลายสิบปี

ก่อนเวลา


ก่อนเวลา


ก่อนเวลา


..


ก่อนเวลา

จากไปโดยปราศจากคำร่ำลา


ในเดือนนี้




ช่องว่างทุกช่องว่าง
มีความหมาย
เช่นเดียวกับช่วงเวลา

ช่องว่าง และ ช่วงเวลา

เรา จะหายไปในช่องว่างและช่วงเวลาเหล่านั้น

เราทุกคนเลย


การหายไป อาจไม่ใช่ความตาย
แต่ความตายคือการหายไป
ในช่องว่างและช่วงเวลา


ไม่แปลกหรอกที่ฉันนึกถึงการหายไป
และ
ความตาย

.ในเดือนมิถุนา








*

วาง

หนึ่งเปลือกหอยบนหาดทรายลงเหนืออนันตเม็ดทรายแห่งความจริง


*

9.6.55

เงาฟ้า Sky Reflection



แสงแดดกระทบผิวน้ำ สะท้อนภาพท้องฟ้าและก้อนเมฆ
น้ำ สะท้อนประกายแดดสู่เบื้องสูง
คล้ายพยายามส่งคืน
คล้ายพยายามตอบแทน
แสงร้อน
ด้วยละอองไอ



กระบวนการที่เงียบงัน
 

ฉงนฉงายลายน้ำ
แสงตกกระทบ กับภาพสะท้อน
ร่วมกันสรรค์สร้างความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง
เรียบง่ายและไร้เสียง



ความสงบงาม
พาฉันย้อนเยือนรอยทาง
สู่ช่วงเวลา
คราฝันยังเยาว์


"ท้องฟ้าอุ้มหมู่เมฆอ้วนพีไว้อย่างทนุถนอม"

ความอ่อนไหวของผู้คนไม่ได้เลือนหาย
ความอ่อนโยนไม่ช้านานจะคืนกลับ

แสงกระทบ และภาพสะท้อน



 พายเรือกระดาษ ล่องไหล

กวาดตามองหินทุกก้อนที่ไม่เคยเขวี้ยงทิ้ง
หยุดพินิจหินบางก้อน
ความทรงจำสุขทุกข์
วางเรียงรายไว้ดีดีอย่างตั้งใจ

ในนิรันดร

นิรันดรที่ไม่เปลี่ยนแปลง
คงอยู่ได้
ในอดีตกาลที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
ด้วยความทรงจำของปัจจุบัน
และอนาคตที่เปลี่ยนแปร




*


หนึ่งความจริงของฉันท่ามกลางหลากความจริงของโลก

หนึ่งเปลือกหอยบนหาดทราย เหนืออนันตเม็ดทรายแห่งความจริง


*





5.4.55

แกนโลกไม่ใช่เสาคอนกรีต Abstract

ภาพวาดโดย มาร์ค ชากัล (Marc Chagall Painting)
คนนำมาลงเรียกภาพนี้ว่า "หนี !"


แก่นสาระของเธอคืออะไร
คำถามจากลมปากแทรกเข้ามาขัดจังหวะลมคำนึง

***

เธอคิดภาพคำถามของเธอออกไหม
ถ้าไม่ได้ เธอลองวาดภาพนามธรรมนี้เป็นใบไม้
ลอยล่องอย่างอิสระ
คล้ายไม่มีจุดหมาย
แท้ที่จริง มี

ในห้วงคำนึงไม่มีตัวตน
ใบไม้โดยสารสิ่งใด
เราแทนนามธรรมของสิ่งที่ใบไม้โดยสารเป็นสายน้ำจะดีไหม
เอาละ ที่นี้เธอคงเห็นภาพใบไม้ลอยมาบนผิวน้ำแล้ว
เธอได้คำตอบของฉันแล้วหรือยัง

ยัง?
ลองให้ใบไม้โดยสารสายลมดู
จะคิดออกไหม

*****

เรามองไม่เห็นสายลม ลมปากแรกว่า
สิ่งที่ตาไม่เห็น ไม่ใช่ไม่มีตัวตน อีกลมปากกล่าว

*****

ใบไม้ใบนั้นที่โดยสารสายลม พิสูจน์ว่าสายลมมีอยู่จริงได้ไหม

*****

ใบไม้เป็นปีกของสายลมอย่างนั้นซี ลมปากแรกว่า

*****

หรือในทางกลับกัน


แก่นสาระของฉันไม่ใช่เสาเอกที่ตอกตรึงอยู่กลางใจ
เริ่มแรกจากเซลล์ชีวิต มาจากยีนส์
เพิ่มเติมด้วยสิ่งที่ฉันสะสมเอง และสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นให้
นามธรรมนี้ แข็งแกร่งกว่าเสาคอนกรีตใด
ไม่จำเป็นต้องตอกตรึง

แกนของโลกไม่ใช่เสาคอนกรีต

*****

ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี

*****

ไม่เป็นไร โลกต้องการคนอย่างเธอมากกว่าคนอย่างฉัน

วันนี้วันศุกร์ที่ห้า เมษายน
วันนี้เป็นวันแรกในชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอ

นี่ใช่ไหมที่เธออยากได้ยิน
นี่จริงพอสำหรับเธอไหม

*****

เขาพยักหน้า ไม่มีอะไรให้เถียง ว่าแต่ว่า วันนี้จะไปกินของอร่อยที่ไหนดี

*****

ความอยาก เป็นนามธรรมชนิดหนึ่ง

*****

ใครคนหนึ่งแหวกสายลมเข้ามาในห้อง

วันนี้เราจะใช้คู่ปีกไหนดี เขาถาม

ปีกนกกางเขนก็พอ ฉันลุกขึ้นทันที
กำลังอยากเห็นตะเบบูญ่าที่ยังไม่ร่วงอยู่พอดี


เราติดปีกที่มองไม่เห็น
และออกบิน

นี่เป็นเรื่องสมมุติ
แต่เราติดปีกกันจริงๆ

ความจริงของเราก็คือ..

เรากำลังบิน


*

วาง
หนึ่งเปลือกหอยบนหาดทราย
หนึ่งความจริงของฉัน
ท่ามกลางหลากความจริงของโลก

*









24.2.55

เปลือกหอยบนหาดทราย Seashells By The Shore


Seashells By The Shore


หากเปรียบเปลือกหอยเป็นความจริงของตน

หาดทรายขาวยาวสุดตา จักเป็นเช่นความจริงของโลก

เปลือกหอยเรียงรายเป็นแนว

หลากรูปหลากสีปนเปคละเคล้า

หลายเรื่องราวใหญ่น้อยต่อเติม แตะแต้มฝั่งชีวิตเวิ้งว้าง

พื้นที่ในช่วงเวลาของคน

ไม่เคยว่างเปล่า


นิ่งพินิจเนิ่นนาน

ปรารถนาหยิบจับบางวรรคตอนของบางเรื่องราว

ร้อยตัวหนังสือเรียงลงบนหน้ากระดาษขาว

ไม่ต่างกับเมื่อคัดสรรค์พันธุ์ไม้เหมาะใจมาปลูกในสวน


เราต้องอยู่กันไปอีกนาน

ฉันกับต้นไม้

การอยู่ร่วมของเรา สิ้นสุดลงด้วยความตายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

หากการอยู่ร่วมของฉันกับตัวหนังสือที่ฉันเขียน

จักดำรง

คงอยู่ในสายตาของผู้ที่ยังหายใจ

พบพาน ...

แม้สิ้นไร้โอกาสพบเจอ


คล้ายๆเกลียวคลื่นหนึ่งซัดพาเปลือกหอย มาประดับประดาหาดทราย
ฉันวางบางความจริงของตนบนมวลความจริงของโลก



*