Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ World Artists แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ World Artists แสดงบทความทั้งหมด

12.3.56

ฟรีด้า คาห์โล / Frida Kahlo

ฟรีด้า คาห์โล ศิลปินชาวเม็กซิกัน

"พวกเขาคิดว่าฉันเป็นเซอเรียลลิสท์ แต่ฉันไม่ใช่ ฉันไม่เคยวาดความฝัน ฉันวาดความจริงของฉันเอง"
"They thought I was a Surrealist, but I wasn't, I painted my own reality."


ภาพวาดตนเองใส่สร้อยคอหนามและนกผึ้ง กับลิงและแมว โดย ฟรีด้า คาห์โล
Frida Kahlo, Self-portrait with Thorn Necklace and Hummingbird, Nikolas Muray Collection, Harry Ransom Center, The University of Texas at Austin


ฟรีด้า คาห์โลเกิดที่เม็กซิโกซิตี้ในวันที่ 6 กรกฎาคม 1907 และสิ้นชีวิตในวันที่ 13 กรกฎาคม 1954 เมื่ออายุ 47
ชีวิตเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทางร่างกายนับแต่อายุหกขวบด้วยโรคโปลิโอ
ขาขวาลีบเล็กถูกซ่อนไว้ภายใต้กระโปรงยาวที่มีสีสันสดใส

 ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงเมื่ออายุสิบแปด รถโดยสารที่เธอนั่งชนกับรถรางอย่างแรง
ฟรีด้าบาดเจ็บสาหัส
กระดูกสันหลัง ไหปลาร้าและกระดูกเชิงกรานหัก 
กระดูกขาขวาแตกร้าว เท้าถูกบดขยี้ ไหล่หลุด
อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เธอต้องผ่าตัดใส่เหล็กดามและเข้าเฝือกทั้งตัว ต้องอยุ่โรงพยาบาลถึงสามเดือน
เธอฝึกเดินและเผชิญความเจ็บปวดตลอดมา
ฟรีด้าเข้าผ่าตัดถึงสามสิบห้าครั้ง
อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ต้องเลิกเรียนหมอ และเริ่มอาชีพจิตรกร

"เมื่อฉันออกจากโรงพยาบาลสองเดือนนับจากนี้ มีสามสิ่งที่ฉันอยากทำ วาด วาด วาด"
"When I left the hospital two months from now, what I want to do: paint, paint, paint."


Frida Kahlo, The Accident, 1926, Pencil on paper, 7.8" x 10.6", Collection of Juan Coronel, Cuernavaca, Mexico.
ภาพ"อุบัติเหตุ" โดย ฟรีด้า คาห์โล ค.ศ. 1926 ดินสอบนกระดาษ


"ฉันไม่ได้ป่วย ฉันแค่แตกหัก ฉันมึความสุขที่ยังมีชีวิตตราบฉันยังสามารถวาดภาพได้"
"I am not sick, I am broken. But I am happy to be alive as long as I can paint."

"ฉันวาดภาพตัวเองเพราะส่วนใหญ่แล้วฉันอยู่คนเดียว เพราะฉันรู้จักตัวเองดีที่สุด"
"I paint myself because I am so often alone and because I am the subject I know best."

"เท้า ฉันจะต้องการมันไปทำไม ถ้าฉันมีปีกไว้บิน"
"Feet, what do I need them for if I have wings to fly."


เธอพบ ดิเอโก ริเวร่า ศิลปินชื่อดังแห่งเม็กซิโก
เขาแต่งงานมาแล้วสองหนและมีอายุมากกว่าเธอยี่สิบปี
ทั้งสองแต่งงานกันในปี 1929 ฟรีด้าอายุยี่สิบสอง
ชีวิตสมรสลุ่ม ๆ ดอน ๆ นับแต่ทั้งสองแต่งงานกัน
เธอเป็น "ตัวเล็ก" ของเขา และเขาเป็น "เจ้าชายกบ" ของเธอ


ฟรีด้า และ ดิเอโก / Frida & Diago

"ทำไมฉันถึงเรียกเขาว่า มร.ดิเอโกน่ะหรือ ก็เพราะเขาไม่เคยและไม่มีวันเป็นของฉัน เขาเป็นของตัวเอง"
"Why do I call him Mr.Diego? He will never was nor ever will be mine. He belongs to himself."


ในปี 1938 เมื่อฟรีด้าอายุได้สามสิบเอ็ด ดีเอโก้ได้รับการว่าจ้างให้ไปวาดจิตรกรรมฝาผนังในสหรัฐอเมริกา
ทั้งสองเดินทางไปด้วยกัน
สีปีผ่านไป ดิเอโก้ยังมีความสุขดีแต่ฟรีด้าคิดถึงบ้านและรู้สึกย่ำแย่
เกิดภาพวาดตนเองบนเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐ


Frida Kahlo, Self-portrait on the Borderline Between Mexico and the United States, 1932, Oil on metal, 12 1/2" x 13 3/4", Collection of Mr. and Mrs. Manuel Reyero

เดือนตุลาคม 1938 ฟรีด้าได้แสดงงานเดี่ยวของเธอในนิวยอร์ค
มร. กู๊ดเยียร์ ประธานพิพิธภัณฑ์แห่งศิลปะสมัยใหม่ต้องการซื้อภาพวาด"ฟูแลงแชงและฉัน" (Fulang-Chang and I) ฟูแลงแชงเป็นชื่อลิงของเธอ
แต่ภาพนั้นมีคนจองไว้แล้ว
เขาจึงว่าจ้างให้วาดภาพที่คล้ายคลึง
อาทิตย์ต่อมา ภาพ "ตัวเองกับลิง" ก็เสร็จสิ้น


Frida Kahlo, Self-portrait With Monkeyม 1938


Frida Kahlo, The Suicide of Dorothy Hale, 1939, Oil on masonite, 60.4 × 48.6 cm. – The Phoenix Art Museum, Phoenix, Arizona, US
ปี 1939 เธอวาดภาพ"การฆ่าตัวตายของโดโรธี เฮล"ที่ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดตึก


ปี 1939 ฟรีด้าและดิเอโก้หย่าขาดจากกัน
เกิดภาพวาด "สองฟรีด้า" (The Two Fridas)

Frida Kahlo, The Two Fridas, 1939, Oil on canvas, 67" x 67", Collection of the Museo de Arte Moderno, Mexico City


"ฉันพบอุบัติเหตุรุนแรงสองครั้งในชีวิต ครั้งแรกเมื่อรถที่ฉันนั่งถูกรถรางชน อุบัติเหตุครั้งที่สองคือดิเอโก้"
"I had two grave accidents in my life, one in which a street car knocked me down, the other is Diago."

หลังจากหย่าร้างกันได้เพียงปีเดียว ทั้งสองก็คืนดีและอยู่ด้วยกันจนเธอตายจากไป
แต่ชีวิตสมรสมีปัญหาตลอดมา ดิเอโก้เป็นชายเจ้าชู้ และฟรีด้าเองก็มีสัมพันธ์กับทรอทสกี้
คอมมิวนิสท์ที่ถูกเนรเทศออกจากรัสเซียมาพร้อมภรรยา

ในปีเดียวกันนั้น เธอได้รับคำเชิญไปแสดงภาพที่ปารีส ฝรั่งเศส
พิพิธภัณฑ์ลูว์ฟได้ซื้อภาพ "เดอะ เฟรม" (The Frame)
เธอจึงเป็นศิลปินเม็กซิกันแห่งศควรรษที่ยี่สิบคนแรกที่งานของเธอได้ขายให้แก่พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของโลก 

เธอวาดภาพทั้งหมด 143 ภาพ เป็นภาพวาดตัวเอง 55 ภาพกับสัญลักษณ์แทนความเจ็บปวดทางกายและทางใจที่เกิดขึ้นในชีวิต
"ฉันไม่เคยวาดความฝัน ฉันวาดความจริงของฉันเอง"


ช่วงสุดท้ายของชีวิต ฟรีด้าอยู่กับความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด ขาขวาถูกตัดออกถึงเข่าเพราะบาดทะยัก
เธออ่อนแอเปราะบางด้วยโรคปอดอักเสบ
 สองสามวันก่อนสิ้นชีวิต เธอเขียนไว้ในสมุดบันทึกว่า
"ฉันหวังว่าทางออกจะรื่นรมย์ และฉันหวังว่าจะไม่กลับมาอีก"
(I hope the exit is joyful and I hope never to return. Frida)

เธอสิ้นใจในวันที่ 13 กรกฎาคม 1954

ต่อมา ดิเอโก้เขียนไว้ในบันทึกประวัติขีวิตว่า
วันที่เธอตายเป็นวันที่เศร้าที่สุดในชีวิตของเขา
และ
เขาได้ตระหนักว่า ส่วนมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของเขาคือความรักที่มีต่อเธอ

บ้านสีฟ้าหรือ The Blue House บ้านพักอาศัยของเธอตั้งแต่เกิดจนตาย
ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สถานเพื่อแสดงภาพวาดและงานศิลป์อื่น ๆ ของเธอ





ภาพวาดตนเองในชุดกำมะหยี่ในปี 1926 อายุสิบเก้า
Self-portrait in a velvet dress: Frida Kahlo, 1926



References; http://en.wikipedia.org/wiki/Frida_Kahlo

http://www.pbs.org/weta/fridakahlo/index.html

17.2.55

ไม่เคยจากไป You Will Stay On Whitney


Whitney Houston 1963-2012


เธอจากไปแล้ว
ผู้หญิงคนนั้น
คนที่ทำให้โลกไหวหวั่น
ด้วยเสียงของเธอ


สู่ดวงดาว ทุกย่างก้าวบนขั้นบันไดสูงชันช่างน่าหวาดเสียว
หากบนเก้าอี้นั้นเธอนั่งลงอย่างสง่างาม
เสียงร้องหาที่ติไม่ได้ ภาพลักษณ์ก็เช่นนั้น
ความสมบูรณ์แบบในห้วงเวลา







ความเป็นหญิงส่งแรงดึงดูดมหาศาล
หากเธอใช้มันอย่างเหมาะสม
ความพอดีที่ลงตัว

เราเกือบได้มันมาทั้งหมดใช่ไหม "Didn't We Almost Have It All"
รักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด "The Greatest Love Of All"
ฉันอยากเต้นรำกับบางคน "I Wanna Dance With Somebody"
เก็บรักทั้งหมดไว้ให้เธอ "Saving All My Love For You"
รักเธอเสมอ "Always Love You"
เพลงสุดพิเศษ ตรึงตราไม่อาจลืมเลือน

เธอจากไปแล้ว

เธอไม่เคยจากไป






ทุกก้าวย่างสู่บัลลังก์ดวงดาวยากลำยาก
แต่การรักษามันไว้แสนยากเข็ญ

เสียงแตกแหบพร่า
เธอ ซบหน้าลงกับไมโครโฟนเมื่อโดนโห่
โน้ตตัวนั้นบนบันไดเสียงนั้น
เธอไปไม่ถึงมันอีกต่อไป

ไม่อาจไขว่คว้า

ผู้คนผิดหวัง บางคนเดินออกอย่างหมดศรัทธา


"ปีศาจร้ายที่สุดคือตัวฉันเอง ฉันเป็นเพื่อนชั้นเยี่ยมและเป็นศัตรูตัวฉกาจของตัวเอง" (วิทนี่ย์)


ยาเสพติด
อะไรทำให้เธอใช้มัน
บัลลังก์ดาว?
ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลว?

ทางเลือกสำคัญที่สุดในชีวิตมีสองอย่าง
อาชีพและการแต่งงาน
เพราะเราต้องอยู่กับมันไปจนตาย
แม่บอกไว้

แม้หย่าร้าง เธอยังต้องอยู่กับชีวิตสมรสที่ล้มเหลว
ไปจนตาย


..


ฉัน เป็นคนหนึ่งผู้สั่นไหวไปกับเพลงบางเพลง
ถ้อยคำผ่านน้ำเสียงของเธอดึงห้วงหดหู่เปราะบาง
เชิญชวนให้กางปีกกว้างโผบินสู่ท้องฟ้าเสรี
ขณะสองเท้าก้าวเดินอย่างทรนง
พลันยินเสียงสายน้ำน้อยกระซิบกระซาบ
ดังน้ำใจปลอบโยน


ใจหาย

ชีวิตเป็นเช่นนี้


ใช่แล้ววิทนี่ย์

เธอเกือบได้มันมาทั้งหมดเลย







วิทนีย์ ฮูสตัน เคย เป็นเด็กหญิงน่ารักที่เติบโตเป็นผู้หญิงสวยงามที่มีน้ำเสียงสวยงาม มีแม่เป็นนักร้องเพลงกอสเปลในโบสถ์ ดีออน วอร์วิค นักร้องชื่อดังเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ เธอมีลูกสาวบ้อบบี้ เธอส่งแรงบันดาลใจให้นักร้องรุ่นหลังหลายคน เสียงของเธอจะให้กำลังใจและปลอบโยนผู้คนต่อไป ด้วยเหตุนี้เธอจึงดำรง วิทนี่ย์จากไปมื่ออายุสี่สิบแปด ก่อนงานแจกรางวัลแกรมมี่ อะวอร์ดเพียงวันเดียว



*