Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


16.9.54

บนจุดตัดของเส้นรุ้งเส้นแวงสองเส้นนั้น


Etsy's

จู่ๆประตูห้องเย็นโลกก็เปิดขึ้นอย่างกระทันหันในวันที่ 28 มีนาคม พุทธศักราช 2553 ลมหนาวส่งความเย็นเยือกโลมไล้ ต้นไม้ในสวนดูเริงรื่นไม่ต่างไปจากเธอ หญิงสาวในชุดฤดูร้อนทำจากผ้าป่านบางเบาลายดอกเล็กๆ ดวงอาทิตย์ช่วยบ่งบอกทิศทางที่มาของกระแสลม ลมเย็นจากตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่ลมเหนือ ทุกอย่างดูกลับตาลปัตรไปหมด ลมอาคเนย์หนาวเยือกในเดือนมีนาคมทั้งๆเมืองหลวงร้อนไม่ผิดเตาอบมาเกือบทั้งเดือน
ดวงตาสาธารณะตัดสินว่าสิ่งห่อหุ้มร่างที่ประกอบไปด้วยเลือดเนื้อและอวัยวะทั้งสามสิบสองของเธอ สูงกว่ามาตรฐาน
สิ่งสมมุติที่คนหมู่มากเห็นพ้องยอมรับกำหนดมาตรฐานในโลกแห่งสิ่งสมมุติที่พวกเขาเรียกว่าความจริง นั่นไม่ใช่ปัญหาแม้เธอเป็นคนหนึ่งในกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วย เธอเห็นว่าสิ่งห่อหุ้มเปลี่ยนแปลงและเสื่อมถอยอยู่ทุกวินาที หากสิ่งที่อยู่ข้างในกลับเติบโตผ่านการเรียนรู้และประสบการณ์อยู่ทุกช่วงขณะเวลา
สิ่งที่ไม่ปรากฏต่อสายตา ควรค่าแก่การมอง และ เห็น
ไม่สำคัญหรอกว่าอะไรอยู่ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างบนหรือข้างล่าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่อยู่ข้างใน
สิ่งที่อยู่ข้างในคือ ความรัก
บนจุดตัดของหนึ่งเส้นรุ้งและหนึ่งเส้นแวงที่เฉพาะเจาะจง สิ่งไม่มีตัวตนหนึ่งกำลังออกเดินทาง ขณะสิ่งไม่มีตัวตนสองก็มุ่งหน้ามาเช่นกัน
ไม่มีกระเป๋าเดินทาง ไม่มีการโดยสารรถทัวร์ รถไฟหรือเครื่องบิน สิ่งนี้เดินทางโดยไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้องตีตั๋ว เดินทางเร็วกว่าเสียง ไม่มีแสงวาบส่งสัญญาณเตือนก่อนเสียงกัมปนาทข่มขวัญเช่นฟ้าผ่า บางสิ่งยิ่งใหญ่ไม่เคยส่งเสียง ความมหัศจรรย์ที่ไม่เกี่ยวกับสารเคมี
เธอรู้ดีว่าภายในสมองของคนเรามีเพียงสารเคมีและประจุไฟฟ้า ดังนั้นเธอจึงสรุปว่าสิ่งไม่มีตัวตนที่หยั่งรากและเจริญเติบโตอยู่ภายในตัวเธอนี้ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดจากสมอง แต่ถึงจะใช่ก็ไม่เป็นไร
เธอกระโดดคว้าขนนกสีขาวบางๆเบาๆในสายลม
ฉันคิดถึงคุณ
ดีที่มีใครให้คิดถึง ดีที่ใครคนนั้นก็คิดถึงเธอด้วย การมีใครให้คิดถึงทำให้เธอมีความสุข แต่ความคิดถึงบางครั้งก็เจ็บปวด
เวลานี้ ความคิดถึงทำให้เธอเจ็บปวด
เธอเหลือบเห็นโฮเรซ กวีชาวโรมันจากศตวรรษที่แปดรอเธออยู่จึงรีบก้าวเดินไปหา หวังว่าเขาคงไม่ได้รอนานเกินไป ไม่สมควรเลยที่ให้ท่านผู้อาวุโสต้องรอ เธอทักทายเขาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ในสวน
คาร์เพ่ เดียม คาร์เพ่ เวียม ฉวยวันนี้เอาไว้ ฉวยเส้นทางเอาไว้ โฮเรซกล่าวประโยคเก่าแก่ คนฟังนึกถึงครูจอห์น คีทติ้ง แสดงโดยโรบิน วิลเลี่ยมส์ ในหนังเรื่อง เดด โพเอ็ดส์ โซไซเอ็ดตี้ ที่ติดอันดับหนึ่งในร้อยหนังยอดเยี่ยม
ค่ะ ฉันจำได้ขึ้นใจ เธอบอกเขาอย่างวางใจ
เธอคิดว่ามันเหมาะสมสำหรับวัยวันของเธอไหม
ฉันคว้าวันนี้เอาไว้เช่นเดียวกับสิ่งนี้ เธอแบมือให้เขาเห็นขนนก ขนนกปลิวหลุด เธอรีบคว้าไว้
ระวังหน่อยหญิงสาว อย่าปล่อยให้วันนี้หลุดมือไป รอยยิ้มของเขาอ่อนโยน
ค่ะ ฉันมีวันนี้อยู่ในมือแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกทำอะไรในเวลาและสถานการณ์ที่แตกต่างนี้ เธอนิ่งไปสักพักก็ส่ายหัว ไม่ คำถามนี้คลุมเคลือเกินไป
แต่โฮเรซไม่รู้สึกอย่างนั้น ไม่มีอะไรต้องกลัว ทุกสิ่งที่เดินทางมาถึงคือโอกาส รับเอาไว้ เขาว่า
เธอก้มมองขนนกในมือ
"อย่ายอมจำนนต่อสถานการณ์ปฏิปักษ์ ความรัก ความใฝ่ฝันเป็นหัวใจของความหวัง อย่าสงสัยตนเอง ใครสร้างมันขึ้นมา คนนั้นจงทำลายมันเสีย
ฉันเอง
ในช่วงสั้น ๆที่เราสนทนากัน เวลาผู้ขี้อิจฉาก็โบยบินไปแล้ว
ฉันเถียงไม่ได้เลย เธอพึมพำ
เห็นถนนนั่นไหม ติดตามถนนนั้นไป ฉวยเส้นทางเอาไว้ คาร์เพ่ เวียม โฮเรซกล่าวอย่างเคร่งรึม
โลกแปลกขึ้นทุกวัน แม้การไล่เรียงตามกาลของฤดูดอกไม้บานยังเปลี่ยนไป ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างปลายกุมภาต้นมีนา ดอกตะแบกสีม่วงแก่อ่อนบานพรูแข่งกับดอกคูนสีเหลืองทอง ไม่ผิดกับนางงามเข้าคิวรอการปรากฏตัวบนแคทวอร์ค แต่ทันใดทางเดินอีกด้านก็ถูกเปิดออกและสาวงามที่ชื่อชัยพฤกษ์ก็ถูกดึงตัวไปตรงนั้นเพื่อย่างเท้าก้าวเดินไปพร้อมกับเธออีกคน ความงามของทั้งสองไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันแม้การเบ่งบานพร้อมกันจะทำให้ลานตา
ความงดงามที่ลานตา
เช้านั้น ... ถนนสายเดียวดายเปล่งประกายใต้แดดสาย การเดินทางส่งคำเชื้อเชิญมาอย่างหนักแน่น นอกหน้าต่าง ลมเช้าโชยอ่อนๆคงเพราะยังนอนไม่เต็มตา ฝักคูนสีน้ำตาลดำจึงได้แต่ปรบมือเปาะแปะๆ ลมน่าจะพัดแรงกว่านี้ ฝักคูณจะได้ปรบมือดังๆให้กับการตัดสินใจของเธอ
ความรักฟื้นตื่นตั้งแต่วันนั้น ปลายฝนต้นหนาวที่ผ่านไป วันนั้นกุหลาบพวงนิวดอร์น คลี่แย้มรับอรุณใหม่ เธอหลับใหลผ่านหนึ่งนิรันดร เนิ่นนานเพียงพอแล้ว ถึงเวลาลืมตาสู่วันสดใสในโลกใบใหม่สักที
โลกใบใหม่ที่มีเขา
พระอาทิตย์ยามสายสอดแสงผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง ทอแสงสีทองประกายแสดลงบนกระเป๋าเดินทางสีองอ่อนบนตู้ขาว
กระเป๋าอยู่บนนั้นเนิ่นนาน สะอาเอี่ยมเพราะถูกเช็ดถูอยู่บ่อยๆ
เธอยกกระเป๋ามาวางบนเตียง หรือที่เป็นอยู่นี้ก็ดีแล้ว
ดีที่สุดหรือเปล่า สิ่งสำคัญที่สุดคืออะไรเสียงโฮเรซแว่วมา
ฉันเห็นเขาทุกเช้าที่ตื่นมา เธอพูดขณะพับกางเกงยีนส์วางลงไปที่ก้นกระเป๋า
งั้นเขาคือสิ่งสำคัญสิ่งแรก
เธอพับกระโปรงลงวางซ้อน ฉันอยากเห็นเขาจริงๆ ฉันต้องไปเยี่ยมเขา เธอหยิบเสื้อยืดสามตัววางลงไป เสื้อตัวเล็กๆสีขาวที่เขาชอบ
เสียงเพลงแจ๊สจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอหยิบมันจากข้างหมอน ยิ้มและบอกโฮเรซว่า พูดถึงก็โทร.มา
สวัสดีครับ ความตื่นเต้นส่วนตัวทำให้เธอได้ยินแต่เสียงโดยไม่ได้ยินความอ่อนแรงของมัน
ฉันกำลังจะไปเยี่ยมคุณ นานเจ็ดเดือนแล้วที่เราไม่พบกัน
อย่ามา เสียงเขาตกใจ อย่ามานะ
ทำไมล่ะคะ ฉันนึกว่าคุณจะดีใจซะอีก เธอพูดเสียงเบา หัวใจพองโตเมื่อครู่ผ่อเหลือเล็กนิดเดียว แต่ใจยังอยู่ ใจไม่ได้หายไปแม้ใจหาย
ผมคิดถึงคุณมาก ยิ่งเวลานี้ ยิ่งอยากให้คุณมาอยู่ใกล้ๆ ... แต่อย่าเลย เธอได้ยินเสียงเขาทอดถอนใจ
เธอใจเสีย หน้าเสีย ประกายตะวันในดวงตาหายไปแล้ว ทำไมล่ะคะ ก็คุณอยากให้ฉันอยู่ที่นั่นกับคุณไม่ใช่เหรอคะ
ความเป็นคนกำลังหายไปครับ เขากล่าวเสียงเรียบ
ความเป็นคน ... เธอกล่าวอย่างงุนงง คุณพูดถึงใครคะ คงไม่ได้หมายถึงคุณนะ หัวใจฝ่อๆเต้นแรง
ผมยังสงสัย
รักษาความเป็นคนไว้ให้ฉันนะคะ ฉันกำลังจะไปหาคุณ
ไม่! ผมไม่ให้คุณเดินทางครับ ผมไม่ยอม อย่ามา เขาเน้นทุกถ้อยคำ
กดปุ่มปิดสัญญาณแล้วเธอบอกโฮเรซ เขาไม่ให้ฉันไปเธอใช้นิ้วชี้ปาดน้ำตา ขอสักสองสามหยดเถอะ
ความโศกเศร้าที่เงียบงันช่างสวยงาม
น้ำตาเป็นของหัวใจ มันน่าจะอยู่ข้างในมากกว่าข้างนอก เธอเชิดหน้าขึ้น
เธอทำถูกแล้วหญิงสาว
สายตาเธอเต็มไปด้วยคำถาม
ความกลัวที่ดี มีค่ากว่าคำแนะนำที่ดีโฮเรซสรุป
เธอตวัดสายตามองโฮเรซ ยังไงคะ ก็ฉันพยายามฉวยวันนี้เอาไว้ไงล่ะคะ ความผิดหวังยังคุกรุ่น
เธอฉวยวันนี้ไว้ได้แล้ว ความคิดถึงยังไม่อยากจากเธอไป พูดจบเขาก็หายไป
เป็นอีกวันที่ถนนฉวยความเดียวดายที่จำเป็นในชั่วขณะเวลาไว้ได้ เช่นเดียวกับกระเป๋าดินทางสีตองอ่อนใบนั้น มันได้กลับไปอยู่บนตู้ขาวที่เคยคุ้น
เธอเปิดสมุดบันทึก แล้วเขียนลงไปว่า ...
17 พฤษภาคม 2553 ฉันไปหาคุณไม่ได้ คุณไม่ให้ไป บ้านเมืองลุกเป็นไฟ เสียงปืน เสียงระเบิด ความเจ็บปวด ความตาย ความแตกแยก
ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน
เธอวางขนนกสีขาวลงบนหน้ากระดาษแล้วปิดสมุดบันทึก
บนจุดตัดของหนึ่งเส้นรุ้งและหนึ่งเส้นแวงที่เฉพาะเจาะจง สิ่งไม่มีตัวตนหนึ่งกำลังออกเดินทาง ขณะสิ่งไม่มีตัวตนสองก็มุ่งหน้ามาเช่นกัน




8 ความคิดเห็น:

  1. แวะมาอ่านครับ :)

    ตอบกลับลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ16.9.54

    เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความหมายดีค่ะ แฝงข้อคิดดีๆไว้เช่นเดิม

    พออ่านจบ นะกะก็คิดได้ว่าต่อนี้ไป จะไม่ปล่อยให้แต่ละวันสูญเปล่าโดยไม่ได้คว้าโอกาสนั้นไว้ค่ะ

    ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ

    ตอบกลับลบ
  3. ขอบคุณมนุษย์ที่แวะมา จัสบอกไปแล้ว ขอนำคำวิจารณ์ของเรื่องนี้มาเก็บไว้ แต่นี่ก็ผ่านไปกว่าปีแล้ว ความที่วิจารณ์เรื่องสั้นคนอื่นมาเป้นร้อยเรื่อง เลยอยากมีคำวิจารณ์กับเค้ามั่ง ^^

    ติสต์ว่า...

    ผมอ่านเรื่องนี้จบแล้ว
    นึกถึงคำหนึ่งที่ลิญเคยพูดไว้ในคอมเมนต์เรื่อง รอคอยท้องฟ้าสีเก่า…
    Speechless

    คำผิดมีบ้างตามไม่สมควร  แต่ผมชอบเรื่องนี้กว่าเรื่องใดๆที่ผ่านมาของคุณ

    ^^
    ชอบคำว่า Speechless จริงๆ โอ้ ชอบบบบ

    คำวิจารณ์ของน้องจันทร์กำลังหาอยู่ค่ะ เพราะไม่อยู่ใน beinglyn ต้องหาต่อไป

    ...

    ขอบคุณนะกะมากนะคะ ^^

    *

    ตอบกลับลบ
  4. โอวววว
    สิ่งที่ไม่ปรากฏต่อสายตา ควรค่าแก่การมอง และ เห็น
    เธอคุยกับกวีโรมัน
    แม่เจ้า!
    จาก ซึ่งต้องพิสูจน์ สู่ บทพิสูจน์

    ช่วงเวลา สถานการณ์ รุนแรงเป็นแบ็คดรอพ เหมือนเงาใหญ่ๆดำทะมึน
    ความสดใสสวยงามตกอยู่ใต้การครอบงำของมัน
    บันทึกของเธอและขนนก

    ประวัติศาสตร์ของเรา

    ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ

    Speechless ไปพัก แล้วถึงเขียนออก
    จัสต้องรวมเรื่องสั้น
    เขียนต่อเนอะคะ อยากอ่านเรื่องตลกที่จัสว่ากลัวจะเสียดสีน่ะ
    รอ รอ รอ
    ค่ะ

    ^^ รักจัสเนอะคะ
    ยืนยันขึ้นทุกวันกับบางความรักของคนบางคน

    ตอบกลับลบ
  5. จัสฟุ้ง...

    ค่ะ

    ต่ะ

    ค่ะ

    ค่ะ

    ค่ะ

    ขอบคุณ

    รักกันไปมา

    ^^

    ตอบกลับลบ
  6. เรื่องนี้ตั้งใจมาแสดงความเห็นพักใหญ่แล้วค่ะ
    ชื่นชมมากที่จัสเขียนเรื่องสั้นดีๆที่รวมบันทึกสภาวะอากาศผิดฤดู ลงวันที่ตามความเป็นจริง
    จัสยังบันทึกสภาวะของบ้านเมืองในวันนั้นด้วย
    จัสดึงกวีโรมันนักปราชญ์มานั่งคุยกับจัส
    มินอ่านหลายหนอย่างทึ่งจัด ยั้งๆยังไม่เขียนคิดให้แน่
    เรื่องสั้นนี้นอกจากบอกทั้งหมดที่จัสเล่าแล้ว ยังบอกเกี่ยวกับจัสด้วย
    ว่ารักและเฝ้าดูธรรมชาติ ชอบประวัติศาสตร์ สนใจการเมือง
    อ่อนไหวอ่อนโยน และเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง
    ชื่นชมจริงๆค่ะจัส มินทึ่ง

    minmintra

    ตอบกลับลบ
  7. จริงทั้งหมด ตบมือค่ะ
    เป็นอย่างนั้น วันนั้นอยู่ๆอากาศหนาวจัดเลยค่ะ
    จัสอยากจำประวัติศาสตร์ส่วนนั้นไว้ ใช้วิธีโยงมาเป็นเรื่องเล่า

    แล้วจัสก็ดึงปราชญ์โรมันโฮเรซมาคุยกับจัส
    เพราะบางทีอ่านคำเหล่านั้นแล้วก็อยากจำได้ อยากอภิปราย
    ชอบคำก็เลยอยากได้นั่งคุยด้วย
    สถานะการณ์บ้านเมืองวันนั้นก็เป็นอย่างที่เล่าไว้ในเรื่อง

    จัสอยากพูดถึงเรื่องความรัก ความรักใหญ่ๆที่กระทบความรักเล็กๆของคนสองคน
    ความรักเล็กๆที่ไม่สามารถจัดการกับความรักใหญ่ๆได้
    ไม่ว่ามันจะเป้นความรักใหญ่ๆเพื่อตน หรือเพื่อชาติอย่างที่ว่า หรือทั้งสองอย่าง
    ผลของวันนั้น น้ำตาที่อยู่ข้างในของผู้หญิงตัวเล็กๆ
    คนสองคนและปราชญ์โฮเรซ
    ไม่พอ
    หมดปัญญา
    ทำอะไรไม่ได้เลย

    *

    ตอบกลับลบ
  8. ดีใจที่กล้าเขียนคอมเม้นเรื่องสั้นเรื่องนี้ค่ะ
    คิดอยู่นานเหมือนกันนะคะ ถ้าไม่เป็นอย่างคิด
    แต่เขียนดีกว่าจะได้รู้ไปเลยว่าใช่หรือไม่ใช่
    น่าสนใจมาก
    มินอึ้งเลยนะคะเพราะจัสเองก็เพิ่งเขียนเรื่องสั้น
    มินชอบเรื่องสั้นที่มีความเป้นกวีอยางนี้
    อยากเขียนมั่ง ศึกษาอยู่ค่ะ

    MinMintra

    ตอบกลับลบ