Home Photo

Home Photo
Happy New Year 2019

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
กว่าจะมาสวัสดีได้ก็ผ่านไปถึง 15 วันแล้ว
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
แต่เราก็ยังมีอีก 11 เดือนครึ่งที่เหลืออยู่ให้ได้ทำอะไร ๆอย่างที่ใจปรารถนา
ขอส่งความรู้สึกดี ๆ ส่งแรงกายและแรงใจ และความเบิกบานเป็นสุขถึงเพื่อนอ่านทุกคนค่ะ

ลงภาพวาดหมายเลข 5 ซึ่งเป็นภาพเล็กหรือภาพลองวาดในกระทู้ "บทกวีบนแคนวาส"แล้วนะคะ

จัสมิน
15 มกราคม 2562


25.4.54

เราอยู่ในหน่วยพลังงานเดียวกัน Interaction: We’re in the same quantum.

Evening Breeze by Irene Sheri


เขาและเธอต่างเกิดมาในเอกภพที่มีค่าคงที่ทางฟิสิกส์

พันธะเคมีก่อเกิดจากปฏิกิริยาสนองตอบทางไฟฟ้าของอิเลคตรอน
ถ้าค่าประจุไฟฟ้าต่างไป พันธะเคมี ไม่อาจก่อเกิด

เธอและเขาเกิดมาในฟองควอนตัมเดียวกัน
ฟองควอนตัมที่เรียกว่าสุริยจักรวาล
จักรวาลที่มีสามมิติใน”ที่ว่าง” และหนึ่งมิติ”เวลา”
การก้าวข้ามสู่ควอนตัมที่แตกต่างคือมลายหาย
เราอยู่ในที่ที่เหมาะสมแล้ว เขาและเธอรู้ดี

ทว่า...


สเปซ แอนด์ ไทม์
ที่ว่าง และ เวลา
กาลอวกาศสี่มิติ ?
โอ ที่รัก เราต้องไม่ลืมมิติพิเศษของมร.คาลูซ่าคนนั้น
มิติที่ไม่มีใครมองเห็น
เขาว่า รัศมีการขดตัวของมันสั้นเกินไป
เกินกว่าความยาวคลื่นแสงจะสะท้อนภาพให้เห็น

ใช่ มิติที่ห้าอยู่ที่นั่น
ทั้งสองตระหนักถึงการคงอยู่ของมัน
พลังงานจำนวนมหาศาล อนุภาคคลื่นแสงที่สั้นและเล็กพอ
จะเผยมิติที่ซ่อนอยู่ มิติที่เขาและเธอ รู้ว่ามีอยู่จริง
ทว่า...
พลังงานยิ่งใหญ่ที่เล็กพอนั้น

อยู่ที่ไหน?

*




13.4.54

อย่ามองความมืดด้วยดวงตา Don't Use Your Eyes In Darkness



เขามองความมืดด้วยดวงตา เขาจึงปรารถนาแสงไฟ

สองมือคลำไขว่ควานหาเทียนไขในสีดำ
ต้องมีสักเล่มหรอกที่หิ้งหนังสือ ในตู้ หรือบนโต๊ะ
ไม่ช้าฉันจะพบมัน
และแล้วเมื่อนั้น ฉันจะลงนั่งเขียนบทกวีบทใหม่
แด่เธอ ผู้ไม่อยู่ตรงนี้
*
สองเท้าสะเปะสะปะค่อยก้าวย่างอย่างระมัดระวัง
พลันแว่วเสียงระฆังสายลมจากแสนไกล
เขาเงี่ยหูฟัง
ความเงียบงันอันอึงอลแตกสานซ่านเซ็น
กระจัดกระจายไปหลบซ่อนอยู่ในความเงียบที่เงียบยิ่งกว่า
ความเหงาที่เหงายิ่งกว่า
ความเศร้าที่เศร้ายิ่งกว่า
ดั่งที่เขาเคยว่าไว้ในบทกวี แด่เธอ
ผู้ไม่อยู่ตรงนั้น
*
สะดุดทรุดล้ม เขาโหยหา ปรารถนาจะร่ำไห้
แต่น้ำตาสักหยดก็ไม่ยอมไหล อยากปลดปล่อยน้ำในใจให้ทะลักล้นออกไปจากร่าง
เมื่อแสงสางส่องรอดหน้าต่าง
หวังเหลือเพียงซากกายหุ้มห่อกล่องแห่งความจดจำ
ที่หัวใจในนั้นไม่เคยหยุดเต้น

*
“เราจะวางความรักดีดีไว้ในโลก”
บนเขาสูงบ่ายวันนั้น เขาบอกกล่าว
“ค่ะ เราจะวางความรักดีดีไว้ในโลก
หากเมื่อฉันต้องจากไป
อย่าหยุดวางความรักของฉันไว้ในโลกด้วยนะคะ”
... เธอเลี่ยงหลบความหวั่นไหว ปรายตามองป่าสัก
ต้นสักกำลังออกดอก
“ฉันสงสัยว่าดอกสักหอมหรือเปล่า”
“ไม่รู้ซี”
จนวันนี้ แม้จนวันนี้ เขาก็ยังไม่รู้
จะแสวงหาคำตอบเพื่ออะไรในเมื่อหอมดอกสักอวลกรุ่นนับแต่วันนั้น
ด้วยคำถามของเธอ
*
ภาพในมโนนึกแจ่มกระจ่าง ชัดเจนเช่นความรู้สึก เขาพรั่นพรึง
เป็นเช่นนั้น ในความมืด ฉันเห็นด้วยดวงใจ ไม่ใช่ด้วยดวงตา
ความปรารถนาที่เห็นพ้อง จะต้องดำเนินต่อไป
แม้เธอไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย
*
ในความเจิดจ้าของแสงเช้าบนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน
เธอ
หลับตา.

*

12.4.54

ด้านที่แคบที่สุด The Edge

“เหรียญมีสองด้าน ถึงจะมีทางเลือกแค่ทางเดียว เราก็ยังมีโอกาสที่จะเลือกหรือไม่เลือก” บทสนทนาค้างเติ่งมาชั่วขณะ เขากำลังขับรถพาเราสู่จุดหมาย บ้านริมแม่น้ำน้อย

ฉันเงียบงัน หากความคิดตื่นฟื้นไม่ยินยอม “ความรู้สึกทางคณิตศาสตร์ของเราต่างกัน เหรียญมีสามด้าน ด้านที่แคบที่สุด เราลืมเลือน”

“เราไม่ได้ลืมด้านที่สามหรอกครับ แค่พูดกันต่อๆมาอย่างงั้น เหรียญที่ตั้งอยู่บนขอบไม่ช้าก็ล้ม ด้านที่มีพื้นที่มากกว่าจะแสดงตัว”

“แต่ด้านนึงจะหายไป เหรียญจะหยุดอยู่กับที่”

“คุณว่าอะไรสำคัญกว่า”

“การเคลื่อนไปข้างหน้า ด้านที่แคบที่สุดขับเคลื่อนเหรียญทั้งเหรียญ แล้วเราก็เห็นเหรียญทุกด้าน"

“ผมพูดถึงโอกาสในทางเลือก คุณพูดถึงอะไร”

“เราพูดถึงสิ่งเดียวกันนะคะ”

“ยากนะครับที่ใครจะประคองตัวอยู่บนด้านที่แคบที่สุด”

“เคลื่อนไปข้างหน้ากับสิ่งสำคัญไม่กี่อย่างในชีวิต ยาก แต่ก็ทำอยู่”

“เหรียญที่อยู่นิ่งๆ ยังไงก็เป็นเหรียญที่มีทั้งสามด้าน อย่าลืมนะครับ” เขาเอื้อมมือมากุมมือฉันไว้

“ปรากฎการณ์นี้เหลือเชื่อจริง บางอย่างที่สำคัญเกิดขึ้น”

“หืม”

“เราไงคะ”

การเคลื่อนไปข้างหน้าชะงักงัน ฝูงเป็ดโผล่ออกมาจากพงหญ้า ในความเป็นจริง เราหยุดรถเพื่อให้เป็ดแม้เพียงตัวเดียวข้ามถนน ไม่เป็นไร บ้านริมน้ำยังรอเราอยู่ ถ้าเราไม่เปลี่ยนใจ

เขาพูดถูก เหรียญที่นอนแอ้งแม้งถึงยังไงก็ยังเป็นเหรียญ รถหยุด เราตั้งเหรียญขึ้นมาใหม่ เหรียญหมุนไปข้างหน้าเช่นเดียวกับรถที่แล่นไปบนทาง

ไม่ว่าในแนวดิ่งหรือแนวนอน เหรียญยังไงก็เป็นเหรียญวันยังค่ำ

*

10.4.54

เช้าที่มาถึงก่อนเช้า Dawn Before Dawn



Irene Sheri "Music to My Ear"

คืนนั้น รุ่งสางเพิ่งถึงหมู่เกาะโซโลมอน มืดมนจนฉันไม่คิดว่าคืนดึกจะมืดมนได้กว่านี้

ฉันปล่อยหมาทั้งห้าออกไปในสวน หล่อดี นักกระโดดสูง ฉายาหมาละครสัตว์ ดีดตัวขึ้นไปแตะขอบบนประตูรั้ว แล้วหายลับ

เวลาหยุดพัก เข็มนาฬิกาเหมือนหยุดเดิน

หล่อดีกลับมาพร้อมปีศาจนามความเจ็บปวด มันอวดศักดาผ่านเสียงร้องโหยหวน ปฏิเสธแสงสว่างและการแตะต้องของความรัก

หมาของฉันร้องจนหมดแรง มันกำลังเดินทางสู่ดินแดนใหม่ที่ไม่มีฉัน ความหวังฝากไว้กับรุ่งสางที่อ้อยอิ่งอยู่ควีนส์แลนด์

ตื่นกลัว เศร้าสร้อย ความตายก่อนเวลา...ฉันรู้จักมันดี

น้ำตาแรกใกล้จะหยด สัญญาณหนึ่งก็มาถึง

“คุณทำให้ผมตื่น เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

แสงเช้าขับไล่ความมืดมิด ผ้าห่มที่มองไม่เห็นของเขาห่อหุ้มฉัน น้ำแข็งข้างในละลาย กลายเป็นน้ำผึ้งอุ่นอุ่นใต้แดดบ่าย

ยามพระอาทิตย์ค้างเติ่งเหนือแผ่นดินอื่น เราเฝ้ารอรูปธรรมของยามเช้า แม้ฉันตระหนักดีว่ายามเช้าได้มาถึงแล้ว

*

ทรามวัย หมายิ้มสวยถูกปีศาจลมชักเข้าสิง มันทำให้ทรามวัยแข็งเกร็ง ตากลับ มันเอาของเหลวจำนวนมากออกจากร่าง มันทำให้ชัก มันทำให้หยุด ทำให้เดินวนเป็นวงกลม แล้วชักอีก ปีศาจเงียบหายไปนานหลายเดือน

คืนนั้น กรุงเทพอยู่ใต้แสงดาว รุ่งสางยังอยู่เหนือบริสเบน ปีศาจกลับมาเล่นงานเหยื่อของมันถึงแปดครั้ง ฉันกอดทรามวัยและปีศาจในตัวมันไว้

สัญญาณเรียกดังขึ้น ...จากเขา "ปลุกผมทำไมครับ มีอะไร” เสียงชัดเจนอยู่ข้างหู “ทรามวัยจะปลอดภัย มันจะไม่เป็นไร คุณจะไม่เป็นไร”

ในชั่วขณะระหว่างความเป็นความตาย ไม่มีคำหวานใด หวานยิ่งไปกว่าความอ่อนโยนที่ทำให้ฉันอุ่นใจอยู่ในความเชื่อ

เช้าที่มาถึงก่อนเช้า

*

คืนนี้สำหรับฉัน กรุงเทพกำลังชะเง้อชะแง้รอเช้าใหม่อย่างกระวนกระวาย คืนวิกฤตอีกคืน มีเราเท่านั้นที่รู้ว่าสัญญาณผ่านดวงดาวยังถึงกันไหม

ฉันเชื่ออย่างเต็มหัวใจ คนรักกันจะรับรู้ทันทีเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับอีกคน


*

My Black & White Friend

photo by Nagamon

เชอรีจากไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2011


*